thansettakij
thansettakij
เด้ง ‘นพ.สรณ’ พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช. สั่งเช็กบิลยึดเงินเดือน-เบี้ยประชุม

ประพันธุ์ จี้เด้ง ‘นพ.สรณ’ พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช. ยึดเงินเดือน-เบี้ยประชุม

18 ก.ค. 69 | 05:29 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ค. 69 | 05:44 น.

ประพันธุ์ คูณมี นักกฎหมาย ชี้คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์สอย "ศ.คลินิก นพ.สรณ" พ้นประธาน กสทช. เหตุขัดกฎหมาย ด้าน "ประพันธุ์" นักกฎหมายชื่อดังชี้ชัด สภาพสิ้นสุดทันที เตรียมโดนเช็กบิลยึดคืนเงินเดือน-เบี้ยประชุมย้อนหลังทั้งหมด

KEY

POINTS

  • นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ถูกชี้ขาดว่ามีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. โดยมติของคณะกรรมการสรรหามีผลทันที
  • ผลทางกฎหมายถือว่า นพ.สรณ ไม่เคยเป็นกรรมการ กสทช. มาตั้งแต่ต้น และต้องถูกเรียกคืนเงินเดือน เบี้ยประชุม และสิทธิประโยชน์ทั้งหมดที่เคยได้รับ
  • คณะกรรมการสรรหาจะเริ่มกระบวนการหา กสทช. คนใหม่แทนทันที ขณะที่กรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน จะประชุมเพื่อเลือกประธานคนใหม่ต่อไป

รายงานข่าวจากคณะกรรมการสรรหากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยเอกสารการแถลงข่าวผลการประชุมเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่วุฒิสภา โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ชี้ขาดว่า ศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8(2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการบริหารวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ส่งผลให้ถือว่าได้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 

นายประพันธุ์ คูณมี นักกฎหมาย อดีตวุฒิสมาชิกและอดีตกรรมาธิการ ICT ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้จนนำมาซึ่งคำชี้ขาด ได้อธิบายผลทางกฎหมายว่า มาตรา 8(2) บัญญัติห้ามกรรมการเป็นพนักงาน ลูกจ้าง กรรมการ หรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ

เมื่อ นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและไม่ได้แสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพดังกล่าวต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่กำหนดก่อนนายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล จึงถือเป็นผู้สละสิทธิและต้องดำเนินการสรรหาใหม่ 


 

ทั้งนี้ นพ.สรณ ต้องพ้นจากการเป็นกรรมการ กสทช. และถือว่าไม่มีสถานะการเป็นกรรมการ กสทช. มาตั้งแต่ต้น ซึ่งตามมาตรา 20 วรรคสอง นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ตามมาตรา 5 จะต้องเป็นผู้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง โดยพระบรมราชโองการดังกล่าวจะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ไม่ได้ลาออกและกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย

สำหรับประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ต่อนั้น ชี้ชัดว่า นพ.สรณ สิ้นสภาพและไม่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เนื่องจากมาตรา 15/1 ให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้นำวินิจฉัยและให้คำวินิจฉัยเป็นที่สุด มตินี้จึงมีผลทันที อีกทั้งกฎหมายไม่มีบทบัญญัติรองรับให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งเพราะขาดคุณสมบัติหรือกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะตั้งกรรมการใหม่ได้ เหมือนกรณีหมดวาระตามมาตรา 19 วรรคสอง 

อย่างไรก็ดีแม้ นพ.สรณ จะใช้สิทธิฟ้องศาลปกครอง แต่ก็มีปัญหาว่าศาลจะรับฟ้องหรือไม่ ส่วนการขอคุ้มครองชั่วคราวไม่สามารถทำได้เพราะคำวินิจฉัยเป็นที่สุด กฎหมายให้อำนาจสรรหาใหม่ได้ทันที ซึ่งคณะกรรมการสรรหาได้นัดประชุมด่วนในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 เพื่อดำเนินการสรรหา กสทช. คนใหม่แทนทันทีโดยที่ นพ.สรณ กับพวกไม่อาจคัดค้านหรือดึงเกมได้
 

ขณะที่กระบวนการเลือกประธานกรรมการ กสทช. คนใหม่ มาตรา 20 วรรคห้า บัญญัติบังคับให้ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 ท่าน ต้องประชุมกันเพื่อเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการคนใหม่ แล้วแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป โดยกระบวนการนี้สามารถดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับการที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งได้ทันที โดยกฎหมายไม่ได้ให้ใช้ดุลยพินิจและนายกรัฐมนตรีจะดึงเรื่องไว้ไม่ได้

ด้านผลกระทบต่อ นพ.สรณ และหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. นั้น เนื่องจากกฎหมายถือว่า นพ.สรณ ตกเป็นผู้สละสิทธิมาตั้งแต่ต้น ผลทางกฎหมายคือไม่เคยเป็นกรรมการ กสทช. มาก่อนเลยแม้แต่วันเดียว แม้จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมาก่อนหน้า ก็เป็นผลจากการปกปิดข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเรื่องสถานะของตนเองก่อนประธานวุฒิสภาจะเสนอชื่อ ซึ่งความผิดส่วนนี้อาจถูกไล่ล่าต่อไป 

นอกจากนี้ นพ.สรณ ต้องรับผิดชอบชดใช้และถูกเรียกคืนเงินเดือน เบี้ยประชุม สิทธิประโยชน์ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และอื่นๆ ที่ได้รับไปจาก กสทช. ทั้งหมด โดยเป็นหน้าที่ของกรรมการ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนการกระทำใดๆ ที่มีผลผูกพันและทำให้ กสทช. เสียหาย ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ถือเป็นบทเรียนแก่ผู้จะเข้าสู่อำนาจในองค์กรสำคัญว่าไม่ได้อยู่เหนือกฎหมายหรือการตรวจสอบ หากได้ตำแหน่งมาโดยไม่ชอบ วันหนึ่งความจริงก็จะตามไล่ล่าในที่สุด