
ศึกชิง“ผบ.ตร.คนที่ 16" เปิดโผ 4 แคนดิเดต พรุ่งนี้ วัดใจ 12 ก.ตร.
เปิดโผ 4 แคนดิเดต พล.ต.อ. “นิรันดร - ธัชชัย - สำราญ –อิทธิพล” ลุ้นชิงเก้าอี้ ผบ.ตร.คนที่ 16 จับตา ก.ตร. 12 คน ชี้ขาด 22 ก.ค.นี้
KEY
POINTS
- การประชุม ก.ตร. ในวันที่ 22 กรกฎาคม จะมีการพิจารณาคัดเลือก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16
- มีแคนดิเดต 4 นายที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณา ได้แก่ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์
- ผู้มีสิทธิ์ลงมติชี้ขาดมีเพียง 12 คน เนื่องจากแคนดิเดตทั้ง 4 นาย ซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ต้องออกจากห้องประชุมและไม่มีสิทธิ์ออกเสียง
นับถอยหลังประชุม ก.ตร. 22 กรกฎาคม คัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 กันยายนนี้ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. ทิ้งปริศนา "พูดถึงคำว่าสเปกแล้วขนลุก" ย้ำการพิจารณาต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ขณะที่ 4 แคนดิเดตต้องออกจากห้องประชุม ไม่มีสิทธิร่วมโหวต เหลือกรรมการตัดสินเพียง 12 เสียง
ศึกชิงเก้าอี้ ผบ.ตร.คนที่ 16
การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 7/2569 วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นวาระสำคัญในการคัดเลือก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 เพื่อเข้ารับตำแหน่งแทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569
แม้การแต่งตั้ง ผบ.ตร.ทุกครั้งจะเป็นไปตามกลไกของ ก.ตร. แต่การเลือกครั้งนี้ จากแคนดิเดตทั้ง 4 นาย ต่างมีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่โดดเด่น อีกทั้งบางรายยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติในระยะยาว
เปิดโผ 4 บิ๊กสีกากีลุ้นเก้าอี้ ผบ.ตร.
สำหรับผู้มีสิทธิได้รับการพิจารณาเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ มี 4 นาย ได้แก่
1.พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. (นรต.43) อาวุโสอันดับ 1 เกษียณปี 2571
2.พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. (นรต.42) อาวุโสอันดับ 2 เกษียณปี 2570
3.พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (นรต.50) อาวุโสอันดับ 3 เกษียณปี 2576
4.พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (นรต.43) อาวุโสอันดับ 4 เกษียณปี 2572
12 เสียง ก.ตร.ชี้ขาด"บิ๊กสีกากี"คนใหม่
แม้ ก.ตร.ชุดปัจจุบันจะมีกรรมการรวม 16 คน แต่ในการพิจารณาเลือก ผบ.ตร. แคนดิเดตทั้ง 4 คน ซึ่งดำรงตำแหน่ง ก.ตร.โดยตำแหน่ง จะต้องออกจากห้องประชุม และไม่มีสิทธิร่วมลงคะแนน
ส่งผลให้ผู้มีสิทธิร่วมพิจารณาและลงมติ เหลือเพียง 12 คน ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะประธาน ก.ตร. ผู้แทนจากสำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงกรรมการที่ไม่ใช่ผู้ได้รับการเสนอชื่อ
แม้กฎหมายตำรวจจะกำหนดหลักการพิจารณาจากหลายองค์ประกอบ ทั้งอาวุโส ความรู้ ความสามารถ และ ประสบการณ์ แต่ในทางปฏิบัติ ทุกครั้งที่มีการแต่งตั้ง ผบ.ตร. มักเกิดการจับตาว่า ก.ตร.จะให้น้ำหนักกับหลักอาวุโส หรือ เลือกผู้ที่มีผลงานและศักยภาพในการบริหารองค์กรเป็นหลัก
คำตอบของ นายอนุทิน ในฐานะประธาน ก.ตร. ที่ว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง แต่คือผลการทำงาน
“อยู่ที่เป็นช้า เป็นยาว เป็นทุกวัน และทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ อยู่ที่ท่านจะทำให้บ้านเมืองสงบได้หรือไม่ ถ้าท่านทำให้บ้านเมืองสงบไม่ได้ ต่อให้เหลืออายุราชการ 1 ปี หรือ 6 เดือน ผมก็ต้องพิจารณาแล้ว"
จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญว่า การพิจารณาครั้งนี้อาจไม่ได้ยึดเพียงลำดับอาวุโส แต่จะให้น้ำหนักกับวิสัยทัศน์และความสามารถในการนำพาองค์กรตำรวจ รับมือกับโจทย์ด้านความมั่นคง อาชญากรรม และความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะต่อไป
การประชุม ก.ตร. ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ จึงเป็นที่น่าลุ้นว่า ใครจะก้าวขึ้นเป็น "ผบ.ตร.คนที่ 16" และรับไม้ต่อจาก "บิ๊กต่าย" ในการนำทัพสีกากี ในช่วงเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลชุดปัจจุบัน







