
‘หมอสุภัทร’ เปิดไทม์ไลน์จับผิด ‘หมอสรณ’ ปมขัดกันแห่งผลประโยชน์คุม กสทช.
"หมอสุภัทร" กางหลักฐานเด็ดแฉ นพ.สรณ ส่อขัดกฎหมาย กสทช. 2 ปมใหญ่ ทั้งแอบรับเงินรายชั่วโมง รพ.รามาฯ และเก้าอี้กรรมการอิสระธนาคารกรุงเทพ ชี้หลักฐานแน่นพอพ้นตำแหน่ง
KEY
POINTS
- นพ.สุภัทร กล่าวหาว่า นพ.สรณ ยังมีสถานะเป็น "ลูกจ้างชั่วคราว" ของโรงพยาบาลรามาธิบดีและรับเงินรายชั่วโมง ซึ่งขัดต่อคุณสมบัติประธาน กสทช. ตามกฎหมาย
- นพ.สรณ ในฐานะประธาน กสทช. ถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน จากการอนุมัติใบอนุญาตและเงินอุดหนุนหลายร้อยล้านบาทให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นต้นสังกัดเดิม
- มีการตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามของ นพ.สรณ ในการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ ควบคู่กับตำแหน่งประธาน กสทช. และมีข้อพิรุธเกี่ยวกับหนังสือลาออก
จากกรณีที่ คณะคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ 4:0 นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติ ประธาน กสทช. ล่าสุด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ว่า ขออนุญาตโพสต์รายละเอียดอย่างยาว กรณีที่ผมได้ศึกษา ประมวลความเห็น และ ทำเอกสารยื่นต่อกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เพื่อให้ผู้ที่สนใจ ผู้ที่ติดตาม ได้ช่วยกันเป็นพลังประชาชน ในการสร้างธรรมาภิบาลใน กทสช ให้จงได้
“ฐานเศรษฐกิจ” สรุปและเรียบเรียง 3 ปมใหญ่ จากพยานหลักฐานที่ นพ.สุภัทร นำมายื่นต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อชี้ขาดว่าเหตุใดประธาน กสทช. จึงขาดคุณสมบัติตามกฎหมายอย่างชัดเจน
ปมที่ 1: สถานะ "ลูกจ้างรัฐ" รับเงินรายชั่วโมง รพ.รามาธิบดี (ขัดมาตรา 8 (2))
แม้ นพ.สรณ จะยื่นหนังสือยืนยันว่าได้ลาออกจากทุกตำแหน่งเพื่อเตรียมรับเก้าอี้ กสทช. แล้วตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 แต่เอกสารของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ยื่นต่อวุฒิสภากลับระบุข้อมูลที่ตรงกันข้าม
-
ในช่วงวันที่ 8 มกราคม – 12 เมษายน 2565 นพ.สรณ ยังทำงานเป็น "แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง" (ไม่ใช่จิตอาสา)
-
ปรากฏข้อมูลรายได้ค่าธรรมเนียมแพทย์ (DF Premium) และค่าหัตถการพรีเมียมจาก รพ.รามาธิบดี ตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน 2565 เฉลี่ยเดือนละเกือบแสนบาท พร้อมหลักฐานแบบภาษี ภ.ง.ด. 90
-
หากต้องการรับเงินส่วนนี้ แพทย์ต้องกรอกใบสมัครเพื่อคัดเลือกทำงานในตำแหน่ง "พนักงานค่าตอบแทน (แพทย์ DF)" ซึ่งกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยมหิดลระบุชัดเจนว่า บุคลากรประเภทนี้มีสถานะเป็น "ลูกจ้างชั่วคราว"
-
บทสรุป นพ.สรณ จึงยังมีสถานะเป็นลูกจ้างหน่วยงานรัฐในระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ซึ่งถือว่าขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8 (2) ของ พ.ร.บ.กสทช.
ปมที่ 2: ปิดห้องตรวจ แต่แฝงผลประโยชน์ทับซ้อน (ขัดมาตรา 8 (3))
หลังจากพ้นสถานะแพทย์รายชั่วโมงเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2565 นพ.สรณ ได้เปลี่ยนบทบาทไปเป็น "อาจารย์แพทย์จิตอาสา" ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2566 เป็นต้นมา แต่ทว่าพฤติการณ์กลับส่อเค้าเกิดการขัดกันของผลประโยชน์
-
บอร์ด กสทช. ภายใต้ นพ.สรณ มีมติอนุญาตให้มหาวิทยาลัยมหิดล (ต้นสังกัดที่ตนทำงานจิตอาสาอยู่) ดำเนินกิจการสถานี "รามาแชนแนล"
-
บอร์ด กสทช. ยังอนุมัติเงินอุดหนุนแบบให้เปล่าสูงถึง 180 ล้านบาท ให้แก่โครงการระบบ 5G ของ รพ.รามาธิบดี ซึ่งเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนตามมาตรา 8 (3)
ปมที่ 3: เก้าอี้กรรมการอิสระ BBL และหนังสือลาออก "ล่องหน"
อีกหนึ่งปมร้อนที่ซับซ้อนคือการได้รับการเสนอชื่อและได้รับมติแต่งตั้งเป็น "กรรมการอิสระ ธนาคารกรุงเทพ (BBL)" เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565
-
พิรุธหนังสือปฏิเสธ ธนาคารอ้างว่า นพ.สรณ มีหนังสือแจ้งไม่ขอรับตำแหน่งลงวันที่ 13 เมษายน 2565 แต่ข้อมูลแชตไลน์กลับพบว่าในช่วงวันที่ 13-19 เมษายน นพ.สรณ อยู่ต่างประเทศและเพิ่งบินกลับถึงไทยคืนวันที่ 19 เมษายน จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะยื่นหนังสือปฏิเสธในวันดังกล่าว
-
ชื่อยังค้างในระบบ วันที่ 18 เมษายน 2565 ธนาคารกรุงเทพยังส่งชื่อ นพ.สรณ เข้าระบบของ ก.ล.ต. และในวันที่ 26 เมษายน ก็แจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยเพียงว่า "ขอยังไม่เข้ารับตำแหน่งชั่วคราว" เพื่อรอผลตีความจากกฤษฎีกา
-
ความจริงในรายงานประชุมการประชุมบอร์ด กสทช. วันที่ 27 เมษายน 2565 ชี้ชัดว่า นพ.สรณ พยายามให้สำนักงาน กสทช. ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความเพื่อจะนั่งควบสองเก้าอี้ แต่สุดท้ายเมื่อรู้ว่ากฤษฎีกาไม่เห็นชอบ จึงสั่ง "ถอนเรื่องหารือ" ออกอย่างกะทันหันในวันที่ 18 กรกฎาคม 2565 โดยไม่ผ่านมติบอร์ด กสทช.







