
“หมอสุภัทร” หอบหลักฐานชุดที่ 3 ยื่น กก.สรรหา กสทช. ชี้ ‘นพ.สรณ’ ขาดคุณสมบัตินั่งประธาน
"หมอสุภัทร” หอบหลักฐานเด็ดชุดที่ 3 ยื่นรัฐสภา แฉ “นพ.สรณ” รับเงินรายชั่วโมงรามาฯ-นั่งกรรมการอิสระแบงก์กรุงเทพ ขัดกฎหมาย จี้ กรรมการสรรหา เปิดมติโปร่งใส ขู่หากรอด พร้อมแฉข้อมูลต่อสาธารณะ
KEY
POINTS
- นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมชุดที่ 3 ต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
- หลักฐานดังกล่าวชี้ว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติเนื่องจากยังคงรับค่าตอบแทนจากการเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งขัดต่อกฎหมาย
- นพ.สุภัทร เรียกร้องให้คณะกรรมการสรรหาฯ เปิดเผยมติอย่างโปร่งใส และประกาศว่าจะเปิดเผยหลักฐานทั้งหมดต่อสาธารณะ หากผลตัดสินว่า นพ.สรณ ยังมีคุณสมบัติครบถ้วน
วันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) เมื่อเวลา 09.00 น. คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดฉากประชุมนัดสำคัญเพื่อชี้ขาดคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. หลังเผชิญข้อร้องเรียนกรณีดำรงตำแหน่งอื่นควบขนานกับการนั่งแท่นคุมบังเหียนหน่วยงานกำกับดูแลคลื่นความถี่ระดับประเทศ
โดยก่อนเริ่มการประชุม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้เดินทางมายื่นหนังสือและพยานหลักฐานเพิ่มเติม "ชุดที่ 3" ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อประกอบการวินิจฉัย
สำหรับข้อมูลหลักฐานรอบนี้ นพ.สุภัทร ระบุว่าเป็นข้อมูลเชิงลึกหลังจาก นพ.สรณ เข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช. ซึ่งชี้ให้เห็นพฤติกรรมขัดต่อกฎหมายอย่างชัดเจนใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่
-
การรับค่าตอบแทนจากการปฏิบัติงานเป็นแพทย์รายชั่วโมง กับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
-
การดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
ซึ่งตามกฎหมายจัดตั้ง กสทช. บัญญัติไว้อย่างเคร่งครัดว่า ผู้ดำรงตำแหน่งประธานและบอร์ด กสทช. จะต้องลาออกจากตำแหน่ง หน้าที่ หรือการประกอบอาชีพอื่นใดทั้งหมดก่อนเข้ารับตำแหน่งจริง
นพ.สุภัทร เปิดเผยว่า การรวบรวมหลักฐานครั้งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัดและเอกชนยักษ์ใหญ่ ทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลรามาธิบดี และธนาคารกรุงเทพ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลโดยง่าย แต่ท้ายที่สุดก็สามารถรวบรวมพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอจะชี้ให้เห็นว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ และหวังว่าคณะกรรมการสรรหาจะพิจารณาบนบรรทัดฐานของข้อเท็จจริงและตัวบทกฎหมายเป็นสำคัญ
พร้อมกันนี้ นพ.สุภัทร ยังได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังคณะกรรมการสรรหาฯ ให้เปิดเผยผลการลงมติและการลงคะแนนรายบุคคลอย่างโปร่งใสเพื่อให้สังคมร่วมตรวจสอบ และประกาศกร้าวว่า "หากผลการวินิจฉัยออกมาว่า นพ.สรณ ยังมีคุณสมบัติครบถ้วน ตนจะทำการเปิดเผยพยานหลักฐานทั้งหมดที่มีต่อสาธารณชนทันที เพื่อให้สังคมเป็นผู้ตัดสิน".







