
กสทช. สั่งไขว้ตำแหน่งบิ๊กบริหาร "ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล" เซ็นต์คำสั่งทรานส์ฟอร์มองค์กรดิจิทัล
"ไตรรัตน์ วิริยุศิริกุล" รักษาการเลขาฯ กสทช. นำร่องลงนามควบรวมภารกิจใหญ่ โยกผู้บริหารระดับสูงนั่งรักษาการซ้อนหน้าที่ ดีเดย์ 1 ส.ค. 2569 พิสูจน์ร่างโครงสร้างใหม่สู่มาตรฐานสากล
KEY
POINTS
- นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. ลงนามคำสั่งปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล
- มีการมอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงปฏิบัติหน้าที่ควบซ้อนในตำแหน่งใหม่ เช่น "หัวหน้าภารกิจ" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับเทคโนโลยีหลอมรวม
- โครงสร้างใหม่นี้เป็นการทดลองปฏิบัติหน้าที่ โดยมีผลบังคับใช้ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2569
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขยับขับเคลื่อนองค์กรครั้งใหญ่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ล่าสุด นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน กสทช. ที่ 1111/2569 เรื่อง "มอบหมายให้พนักงานปฏิบัติหน้าที่ อีกหน้าที่หนึ่ง" โดยให้มีผลทดลองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 นี้
การปรับโครงสร้างทัพข้าราชการและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของสำนักงาน กสทช. และทดลองใช้อาศัยแนวทางตาม (ร่าง) โครงสร้างสำนักงาน กสทช. ใหม่ ให้มีความเหมาะสมและยืดหยุ่นสอดรับกับสถานการณ์ "เทคโนโลยีหลอมรวม" (Convergence) ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสำนักงานไปสู่องค์กรดิจิทัลตามมาตรฐานสากล
สำหรับใจความสำคัญของคำสั่งดังกล่าว เป็นการอาศัยอำนาจตามระเบียบคณะกรรมการ กสทช. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2565 มอบหมายให้พนักงานระดับบิ๊กและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าปฏิบัติหน้าที่ควบซ้อน "อีกหน้าที่หนึ่ง" ครอบคลุม 3 บัญชีแนบท้ายหลัก
กลุ่มที่ 1: หัวหน้าภารกิจและผู้ช่วยหัวหน้าภารกิจ มีการดึงตัวระดับ รองเลขาธิการ กสทช. และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เข้ามานั่งควบตำแหน่งสำคัญ เช่น นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล นั่งควบหัวหน้าภารกิจกิจการองค์กร, นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน ควบหัวหน้าภารกิจทรัพยากรสื่อสาร และนายสมบัติ ลีลาพตะ ควบหัวหน้าภารกิจโครงข่าย เป็นต้น
กลุ่มที่ 2: ผู้กำกับดูแลและผู้ติดตามดูแล มอบหมายให้กลุ่มนักวิชาการนโยบายและแผนเชี่ยวชาญพิเศษ และผู้อำนวยการสำนักประจำสำนักงาน เข้ามารับหน้าที่ติดตามดูแลงานอย่างใกล้ชิด
กลุ่มที่ 3: ผู้อำนวยการกอง มีการกระจายกำลังและมอบหมายให้ ผู้อำนวยการสำนัก (ผอ.สำนัก) เดิม เข้าไปรักษาการและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง "ผู้อำนวยการกอง" อีกหนึ่งตำแหน่ง รวมจำนวนกว่า 47 ลำดับ เพื่อปรับรูปแบบการทำงานให้กระชับและคล่องตัวยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามในคำสั่งต่อเนื่องฉบับที่สอง คือ คำสั่งสำนักงาน กสทช. ที่ 1112/2569 เรื่อง "มอบหมายการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน" โดยกำหนดกรอบเวลาทดลองโมเดลบริหารจัดการนี้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามระเบียบคณะกรรมการ กสทช. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2555
สำหรับสาระสำคัญของคำสั่งฉบับนี้ เป็นการวางโครงสร้าง "สายบังคับบัญชาและกำกับดูแล" (Governance Structure) ชั่วคราวอย่างเป็นระบบ เพื่อแยกหมวดหมู่การบริหารและรายงานผล โดยจำแนกออกเป็น 3 บัญชีแนบท้ายหลัก ดังนี้:
สายตรงคุมระดับภารกิจ (คำสั่งหมายเลข 1): กำหนดให้ "หัวหน้าภารกิจ" ทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานภาพรวมของแต่ละภารกิจโดยตรง เช่น ภารกิจทรัพยากรการสื่อสาร, ภารกิจโครงข่าย, ภารกิจการประกอบกิจการและการให้บริการ รวมไปถึงภารกิจกิจการภูมิภาค
สายเจาะลึกระดับกอง (คำสั่งหมายเลข 2): เป็นการกระจายอำนาจให้ "ผู้ช่วยหัวหน้าภารกิจ" ลงไปกำกับดูแลหน้างานในระดับ "กอง" อย่างใกล้ชิด ครอบคลุมตั้งแต่กองคลื่นความถี่ กองกิจการกระจายเสียง-โทรทัศน์-โทรคมนาคม ไปจนถึงกลุ่มกองงานสนับสนุนอย่าง กองงบประมาณ กองจัดซื้อจัดจ้าง และกองแผนและยุทธศาสตร์
สายตรวจสอบและติดตาม (คำสั่งหมายเลข 3): มอบหมายให้ "ผู้กำกับดูแล และผู้ติดตามดูแล (1-4)" เข้าไปควบคุมดูแลกองงานเฉพาะทางที่มีนัยสำคัญ เช่น กองกิจการกรรมการและเลขาธิการ, กองตรวจการและปฏิบัติการพิเศษ, กองสื่อสารองค์กร, กองกองทุนวิจัยและพัฒนา รวมถึงกองบริหารความเสี่ยง







