
“สกลธี”จี้ปิดสุญญากาศกัญชา แฉส่งออกเถื่อนพุ่ง 56 ตัน ห่วงกระทบไทย
“สกลธี”แฉส่งออกเถื่อนพุ่ง 56 ตัน กำไรสูง 40 เท่า ห่วงกระทบภาพลักษณ์ฮับส่งออกไทย เร่งร่างกฎหมายควบคุมกัญชา-กัญชง ยื่นประกบร่างของ สธ. คาดเข้าสภาต้นปีหน้า
KEY
POINTS
- นายสกลธี ภัททิยกุล ประธาน กมธ.สาธารณสุข ชี้ปัญหาการลักลอบส่งออกกัญชา เกิดจากภาวะสุญญากาศทางกฎหมายที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมโดยตรง ทำให้กระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ
- เปิดเผยข้อมูลปีงบประมาณ 2569 มีการจับกุมกัญชาลักลอบส่งออกได้ถึง 56 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 16 เท่า โดยมีปลายทางหลัก คือ สหราชอาณาจักร และ เนเธอร์แลนด์
- ระบุว่าบทลงโทษปัจจุบันเป็นเพียงโทษปรับซึ่งไม่รุนแรงพอ และไม่มีการขยายผลจับกุมเครือข่าย โดย กมธ.จะเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชาเพื่อแก้ปัญหา คาดว่าจะเข้าสภาฯ ได้เร็วสุดในเดือน ม.ค. 2570
วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ผลการพิจารณาสถานการณ์และปัญหาการลักลอบส่งออกกัญชาไปต่างประเทศ สืบเนื่องจากการประชุมคณะ กมธ.การสาธารณสุข ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์และปัญหาการลักลอบส่งออกกัญชาไปต่างประเทศ นำไปสู่การทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียง และเกิดผลกระทบที่ตามมาอย่างมากมาย เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมกัญชาอย่างแท้จริง และมีเพียงประกาศกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ที่ใช้ในการควบคุมดูแล ประกอบกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ
ส่วนร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา กัญชง ของกระทรวงสาธารณสุข อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น และคาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติเร็วที่สุด คือเดือนมกราคม 2570
โดยคณะ กมธ.การสาธารณสุข ได้ตั้งคณะอนุ กมธ.เกี่ยวกับกฎหมายสาธารณสุขโดยรวม โดยนำร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา กัญชง ของกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นมาศึกษาเป็นวาระแรก และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้ข้อมูล เพื่อนำร่างกฎหมายของคณะ กมธ. ขึ้นมาพิจารณาพร้อมกับร่างของกระทรวงสาธารณสุข
“ในช่วงปีงบประมาณ 2569 มีการจับกุมคดีเกี่ยวกับกัญชาจำนวนกว่า 6,000 คดี มีของกลางประมาณ 56 ตัน และเมื่อเทียบกับปี 2567 มีของกลางจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 16 เท่า โดยการขนส่งทางเครื่องบินและส่งพัสดุทางเรือ มีจุดหมายปลายทางที่สหราชอาณาจักรจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือ ประเทศเนเธอร์แลนด์”
นายสกลธี ชี้ว่า ถึงแม้ปัจจุบันกรมศุลกากรจะแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับโทษปรับการจับกุมกัญชา แต่ยังเทียบไม่ได้กับจำนวนเงินส่วนต่างที่ได้จากการลักลอบส่งออกไปขายในต่างประเทศ และเป็นที่น่าตกใจว่า แม้จะมีการจับกัญชาได้เป็นจำนวนมาก แต่โทษที่ได้รับเป็นเพียงโทษปรับเท่านั้น และไม่มีการขยายผลต่อเนื่องไปยังกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง
“คณะ กมธ.สาธารณสุข จึงได้ประสานขอข้อมูลจากกรมศุลกากร และจะประสานคณะ กมธ. ที่เกี่ยวข้องร่วมกันผลักดัน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ในช่วงที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุม ผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดของกัญชาเป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง คณะ กมธ.การสาธารณสุขจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มข้นต่อไป” นายสกลธี ระบุ






