
เปิดโทษ ลักลอบขนกัญชาออกนอกปท. โทษหนักคุก 10 ปี เกณฑ์ใหม่ปรับ กก.ละ 3 หมื่น
เตือนประชาชน-นักท่องเที่ยวลักลอบซุกซ่อนกัญชาเดินทางออกนอกประเทศ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่า สธ. เผยล่าสุดกรมศุลกากรปรับเพิ่มเกณฑ์ลงโทษกำหนดค่าปรับตามปริมาณกัญชาที่ตรวจยึดได้อัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท ยกของกลางเป็นของแผ่นดิน
KEY
POINTS
- การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรมศุลกากรได้ปรับเพิ่มเกณฑ์การลงโทษใหม่ โดยกำหนดค่าปรับตามปริมาณกัญชาที่ยึดได้ในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท
- ของกลางที่ตรวจยึดได้จะถูกริบให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยเกณฑ์ค่าปรับใหม่นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
4 กรกฎาคม 2569 นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมามักปรากฏข่าวการจับกุมผู้โดยสารที่พยายามซุกซ่อนกัญชาเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง ทางกรมฯ จึงต้องเตือนว่า การนำกัญชาติดตัวขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศที่กัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ถือว่ามีความผิดร้ายแรง
อีกทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานในปัจจุบัน มีการบูรณาการเทคโนโลยีเครื่องเอ็กซเรย์ (X-ray) คอมพิวเตอร์ความละเอียดสูงร่วมกับความเชี่ยวชาญในการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ศุลกากรซึ่งสามารถตรวจพบสิ่งผิดปกติ ทั้งสารอินทรีย์หนาแน่น หรือพืชสมุนไพรควบคุมอย่างกัญชาที่ซุกซ่อนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เช่นเดียวกับเครื่องเอ็กซเรย์ตามด่านตรวจสินค้า สามารถตรวจพบได้เช่นกัน ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็ตาม การลักลอบจึงทำได้ยากและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
ด้านนายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ ได้ระบุถึงบทลงโทษทางกฎหมายว่า การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร หรือพยายามหลบเลี่ยงการตรวจค้น มีโทษทางกฎหมายที่ต้องระวางโทษอย่างเด็ดขาด โดยระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของนั้นด้วย
อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรได้ปรับเพิ่มเกณฑ์การลงโทษให้มีความเข้มงวดและเด็ดขาดยิ่งขึ้นโดยกำหนดค่าปรับตามปริมาณกัญชาที่ตรวจยึดได้ในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาทและยกของกลางให้เป็นของแผ่นดินมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป
กัญชาในประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมเฉพาะสำหรับการใช้ทางการแพทย์และสุขภาพแต่สำหรับบางประเทศ กัญชายังคงถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษร้ายแรง จึงขอเตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการสูญเสียอิสรภาพและทรัพย์สินจำนวนมากจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเกิดเจตนากระทำผิดกฎหมาย







