
"หมอวรงค์" ร้อง ป.ป.ช. สอบ "รมว.ดีอี-ปลัด" ปมล็อกสเปกโครงการ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน
“หมอวรงค์" หอบหลักฐานยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบ "ไชยชนก ชิดชอบ" และพวก เซ็ต TOR เอื้อทุนใหญ่รายเดียว พ่วงติดตั้งจอดิจิทัลร้านสะดวกซื้อ ย้ำรัฐมนตรีปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
KEY
POINTS
- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบ รมว.ดีอี ปลัดกระทรวงฯ และผู้เกี่ยวข้อง
- กล่าวหาว่ามีการเอื้อประโยชน์และล็อกสเปกในโครงการ TH-AI Passport ที่มีมูลค่ากว่า 1.6 พันล้านบาท
- ชี้หลักฐานสำคัญคือ TOR ที่กำหนดคุณสมบัติจอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสอดคล้องกับบริษัทเอกชนที่พัวพันกับผู้ชนะการประมูลอย่างมีพิรุธ
- เรียกร้องให้กระทรวงดีอีล้มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มิชอบ และเปิดประมูลโครงการใหม่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ
วันนี้ 26 มิ.ย. 69 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี หอบเอกสารหลักฐานยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้เอาผิด นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี , นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงฯ และผู้เกี่ยวข้อง ในข้อหาเอื้อประโยชน์ล็อกสเปกโครงการ TH-AI Passport
รอบนี้ นพ.วรงค์ เปิดหน้าชี้เป้าหลักฐานชิ้นสำคัญที่พบจากเว็บไซต์ของบริษัทประชาสัมพันธ์เอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งโฆษณาว่ามีพื้นที่สื่อผ่านร้านสะดวกซื้อชื่อดังไม่น้อยกว่า 2,000 สาขา (ราว 14,000 จอ) ซึ่งสอดรับอย่างมีพิรุธกับ TOR ของกระทรวงดีอี ข้อ 4 (4.4.1 และ 4.4.1.1) ที่ออกสภาพบังคับว่าต้องโฆษณาผ่านจอร้านสะดวกซื้ออย่างน้อย 1,500 สาขา (ไม่น้อยกว่า 6,000 จอ)
"มีบริษัทร่วมแข่งขัน 3 ราย แต่ผู้ชนะราคาเบียดราคากลางเพียงนิดเดียว และมีความพัวพันกับบริษัทโฆษณานี้โดยตรง ส่วนอีก 2 บริษัทที่เหลือถ้าไม่เจรจาก่อน ก็ไม่มีทางหาจอดิจิทัลสเกลนี้มาแข่งได้เลย นี่คือกระบวนการตบตาที่ล็อกเป้าไว้แล้วตั้งแต่ต้น"
นพ.วรงค์ ยังหักล้างข้อต่อสู้ของกระทรวงดีอี ที่พยายามส่งสัญญาณแก้ไขสัญญาแนบท้ายเปลี่ยนเป็นการจ่ายเงินตามจริงรายเดือน โดยชี้ว่าเป็นเพียงการฉาบหน้าให้ดูดี แต่แท้จริงย้อนแย้งและทำไม่ได้ เพราะใน TOR หน้า 21-22 ระบุชัดเจนให้แบ่งจ่าย 5 งวด งวดละ 20% โดยงวดที่ 2-5 ถูกผูกโยงไว้กับเงื่อนไขการติดตั้งจอดิจิทัลที่เป็นปัญหาระเบิดเวลา
การระบุว่าแก้สัญญาแนบท้ายได้ เท่ากับยอมรับว่า TOR แก้ไขได้ ดังนั้น กระทรวงดีอีต้องกล้าล้างกระบวนการมิชอบนี้ ทุบกระบวนการล็อกสเปกทิ้งแล้วเปิดประมูลใหม่ เพื่อรักษาเงินแผ่นดิน 1,621 ล้านบาท
ในช่วงท้าย นพ.วรงค์ ได้ตำหนิการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ใช้อำนาจปิดไมค์ระงับการอภิปรายเรื่องนี้ในสภา โดยเตือนว่าการปิดกั้นไม่ให้ สส. ทำหน้าที่ คือการปิดหูปิดตาประชาชน ซึ่งจะยิ่งทำให้ความไว้วางใจต่อรัฐบาลดิ่งลงเหว
"ขอให้รัฐมนตรีอย่าทำตัวเป็นเด็ก วันนี้คุณบริหารชาติบ้านเมือง ต้องเอาประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง อย่ามาอ้างว่าตัวเองไม่รู้เรื่อง หรือแทรกแซงข้าราชการไม่ได้ อย่างไรเมื่อเรื่องถึงที่สุด ปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีหนีความรับผิดชอบไม่ได้หมดเวลาทำตัวเป็นเด็กแล้วครับ"







