
เทียบชัดๆ 3 โพลโค้งสุดท้าย ''เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.' ใครนำใครตาม?
เทียบชัดผลสำรวจสวนดุสิต-เนชั่น-บ้านสมเด็จโพล ใครจะคว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เจาะลึกปรากฏการณ์คนกรุงฯ เลือกคนทำงานพื้นที่แซงหน้าพรรคใหญ่ พร้อมส่องนโยบายที่คนต้องการแก้ไขเร่งด่วนที่สุด
ฐานเศรษฐกิจ เกาะติดผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวกรุงเทพมหานครในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ จาก 3 สำนักโพลชั้นนำ ได้แก่ สวนดุสิตโพล, เนชั่นโพล และ บ้านสมเด็จโพล สะท้อนภาพการตัดสินใจของคนกรุงในการเลือกตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.
โดยผลสำรวจทั้ง 3 สำนัก พบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังคงครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในทุกสำนักด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่สนามการเลือกตั้ง ส.ก. กลับพบปรากฏการณ์ความนิยมใน "ผู้สมัครอิสระ" หรือกลุ่มคนทำงานในพื้นที่ที่พุ่งสูงขึ้นแซงหน้าพรรคการเมืองใหญ่ระดับชาติ สะท้อนถึงเทรนด์การเมืองท้องถิ่นที่ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับตัวบุคคลและผลงานมากกว่ากระแสพรรค
เทียบหมัดต่อหมัดสนามผู้ว่าฯ กทม.
จากผลสำรวจพบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ผู้สมัครอิสระ) มีคะแนนนำโด่งโดยไม่มีคู่แข่งรายใดไล่ตามทันในระยะกระชั้นชิด
สวนดุสิตโพล: ให้คะแนนนิยมสูงที่สุดถึง 61.09% โดยประชาชนระบุเหตุผลว่ามีผลงานให้เห็นจริง ขยัน และต้องการให้สานงานต่อ
เนชั่นโพล: ระบุคะแนนนิยมที่ 58.41% นำทิ้งห่างอันดับสองอย่างกลุ่ม "ยังไม่ตัดสินใจ" (17.21%) หลายเท่าตัว
บ้านสมเด็จโพล: ชี้ว่ามีผู้สนับสนุน 54.6% โดยประชาชนส่วนใหญ่เน้นปัจจัยที่ตัวผู้สมัครเป็นหลัก (85.4%)
สำหรับอันดับรองลงมามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดังนี้
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน): สวนดุสิตโพลให้ 10.93%, เนชั่นโพล 8.46% และบ้านสมเด็จโพล 5.4%
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ): สวนดุสิตโพลให้ 9.84%, เนชั่นโพล 7.99% และบ้านสมเด็จโพล 3.1%
นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์): สวนดุสิตโพลให้ 4.64%, เนชั่นโพล 4.48% และบ้านสมเด็จโพล 4.1%
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ): บ้านสมเด็จโพลให้ 2.2%, สวนดุสิตโพล 1.56% และเนชั่นโพล 1.33%
สนาม ส.ก.: พลัง "อิสระ" เขย่าฐานเสียงพรรคใหญ่
ผลสำรวจ ส.ก. สะท้อนถึงความต้องการเลือกคนทำงานพื้นที่อย่างโดดเด่น
อันดับ 1 ในทุกโพลคือ "ผู้สมัครอิสระ/กลุ่มคนทำงาน": บ้านสมเด็จโพลให้สูงที่สุดถึง 39.6%, ตามมาด้วย สวนดุสิตโพล 33.96% และ เนชั่นโพล (ทีมคนทำงาน) 21.59% (ซึ่งส่งผู้สมัครเพียง 33 เขต)
พรรคประชาชน: ครองอันดับสองในภาพรวม โดยสวนดุสิตโพลให้ 31.81%, เนชั่นโพล 20.84% และบ้านสมเด็จโพล 19.5%
พรรคประชาธิปัตย์: บ้านสมเด็จโพลให้ 21.6%, เนชั่นโพล 17.22% และสวนดุสิตโพล 8.78%
พรรคเพื่อไทย: สวนดุสิตโพลให้ 10.62%, เนชั่นโพล (กลุ่มเพื่อไทยไลฟ์ลงตัว) 6.90% และบ้านสมเด็จโพล 5.1%
พฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง: "ปลาสองน้ำ" และ "สวิงโหวต"
เนชั่นโพลระบุถึงสภาวะ "คะแนนเสียงแยกส่วน" (Split-Ticket Voting) ที่คนกรุงจะเลือกผู้ว่าฯ จากกระแสคนเก่ง แต่เลือก ส.ก. จากคนทำงานในพื้นที่ โดยประชาชน 45.75% มองว่า ส.ก. ไม่จำเป็นต้องเป็นทีมเดียวกับผู้ว่าฯ, ซึ่งสอดคล้องกับบ้านสมเด็จโพลที่ระบุว่าประชาชนเพียง 32.7% เท่านั้นที่ตั้งใจเลือกผู้สมัครจากพรรคหรือกลุ่มเดียวกันทั้งสองตำแหน่ง
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม "Swing Voters" หรือพลังเงียบอีกประมาณ 20% ที่มักตัดสินใจในช่วง 48 ชั่วโมงสุดท้าย โดยเฉพาะในเขตชั้นในและชานเมือง เช่น เขตดุสิต (64.71%) และเขตหนองจอก (55.00%) ซึ่งคนกลุ่มนี้จะคัดกรองจาก "ผลงานในพื้นที่" (33.95%) เป็นปัจจัยหลัก, ในขณะที่สวนดุสิตโพลระบุว่ากลุ่มที่ตัดสินใจแล้วมีถึง 55.66% ที่ยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนใจแน่นอน
ปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนและนโยบายโดนใจ
นโยบายที่ต้องการ: บ้านสมเด็จโพลระบุว่าประชาชนให้ความสำคัญกับ ด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอาชีพ (24.8%) และด้านการศึกษา/คุณภาพชีวิต (23.5%) มากที่สุด
ปัญหาเร่งด่วน: เนชั่นโพลพบว่าปัญหาน้ำท่วมขัง และสวัสดิการชุมชน (ผู้สูงอายุ/เด็ก/คนพิการ) มีสัดส่วนต้องการแก้ไขสูงเท่ากันที่ 20.46% ขณะที่บ้านสมเด็จโพลชี้ไปที่ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (19.8%) และปัญหาคอร์รัปชัน (18.8%)
จากการเปรียบเทียบทั้ง 3 สำนักโพล สามารถวิเคราะห์ได้ว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำด้วยฐานคะแนนนิยมที่เสถียรและทิ้งห่างคู่แข่งในทุกโพล แต่ในสภา กทม. (ส.ก.) จะเป็นการรวมตัวของผู้สมัครที่เน้นศักยภาพตัวบุคคลมากกว่าสังกัดพรรค โดยกลุ่มอิสระจะเป็นตัวแปรสำคัญที่คนกรุงเทพฯ ไว้วางใจให้เข้ามาตรวจสอบและทำงานในพื้นที่ โดยมีนโยบายเศรษฐกิจ สวัสดิการ และการจัดการน้ำท่วมเป็นโจทย์ใหญ่ที่ผู้ชนะต้องเร่งดำเนินการทันที







