thansettakij
thansettakij
เจาะเซฟ 50 ล้าน ‘แสวง บุญมี’ ในวันที่พิษประเมินผลงาน เขย่าเก้าอี้เลขาฯกกต.

เจาะเซฟ 50 ล้าน ‘แสวง บุญมี’ ในวันที่พิษประเมินผลงาน เขย่าเก้าอี้เลขาฯกกต.

08 มิ.ย. 69 | 10:32 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มิ.ย. 69 | 10:32 น.

สแกนทรัพย์สิน "แสวง บุญมี" เลขาฯ กกต. ผู้ถือครองสมบัติกว่า 50 ล้านไร้หนี้สิน พร้อมย้อนเส้นทางจากนักกฎหมายร่างรัฐธรรมนูญสู่ตำแหน่งสูงสุดบริหารเลือกตั้ง ท่ามกลางมรสุมข่าวลือ "สอบตก"

KEY

POINTS

  • นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กำลังเผชิญความเสี่ยงอาจต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากผลการประเมินการปฏิบัติงานประจำปีมีแนวโน้มไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60
  • จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน พบว่านายแสวงและคู่สมรสมีทรัพย์สินรวมกว่า 50 ล้านบาท และไม่มีภาระหนี้สิน
  • ทรัพย์สินส่วนตัวที่โดดเด่นของนายแสวงคือของสะสมมูลค่ากว่า 10.6 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยพระเครื่อง

ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชื่อของ "แสวง บุญมี" กลายเป็นจุดศูนย์กลางของสปอตไลท์ทุกดวง

ไม่ใช่เพียงเพราะเขาคือแม่บ้านใหญ่ผู้คุมกลไกการเลือกตั้งของประเทศ แต่เพราะสถานะ "ลูกหม้อ" ที่ไต่เต้ามาอย่างยาวนานกำลังถูกท้าทายด้วยตัวเลข "ร้อยละ 60" ซึ่งเป็นเกณฑ์ตัดสินสำคัญที่อาจทำให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

จากนักกฎหมายร่างรัฐธรรมนูญ สู่ "ลูกหม้อ" เบอร์หนึ่งแห่งศูนย์ราชการ

เส้นทางชีวิตของ นายแสวง บุญมี ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ถูกปูด้วยตัวบทกฎหมายและความเชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ เขาคือศิษย์เก่ารามคำแหงที่คว้าทั้งปริญญาตรีรัฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) และนิติศาสตร์ ก่อนจะมาจบปริญญาโทด้านการปกครองจากรั้วธรรมศาสตร์

ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการ กกต. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 นายแสวงสะสมประสบการณ์ในระดับโครงสร้างของประเทศมาอย่างโชกโชน ทั้งการเป็นหัวหน้าฝ่ายเลขานุการการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญในชุดของ นายอุทัย พิมพ์ใจชน และทำงานใกล้ชิดกับการปฏิรูปการเมืองในหลายสมัย

ในรั้ว กกต. เอง ผ่านงานมาแทบทุกหน้างาน ตั้งแต่ฝ่ายวิจัย พรรคการเมือง ไปจนถึงด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยในฐานะรองเลขาธิการฯ ทำให้เขากลายเป็นผู้ที่เข้าใจ "กลไกและช่องโหว่" ของการเลือกตั้งได้ลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่ง

เปิดกรุสมบัติ 50 ล้าน: รสนิยมผ่าน "แผ่นเสียง-พระเครื่อง"

ในด้านความมั่งคั่ง ข้อมูลจากบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 พบว่านายแสวงและคู่สมรส (นางรุ่งทิวา บุญมี) มีทรัพย์สินรวมกัน 50,246,048 บาท โดยที่น่าสนใจคือสถานะ "ไร้หนี้สิน" อย่างสิ้นเชิง

หากพิจารณาเฉพาะส่วนของ นายแสวง จำนวน 28,280,675 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่หนักไปทางสภาพคล่องและของสะสม

  • เงินฝากและเงินลงทุน: มีเงินฝากกว่า 8.2 ล้านบาท และเงินลงทุนในสหกรณ์ฯ อีก 4.4 ล้านบาท
  • สิทธิและสัมปทาน: มูลค่าสูงถึง 4.9 ล้านบาท
  • ของสะสมล้ำค่า: นี่คือส่วนที่สะท้อนตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด ด้วยมูลค่ารวมกว่า 10.6 ล้านบาท ประกอบด้วยพระเครื่อง 530 องค์ และความหลงใหลในเสียงเพลงผ่านแผ่นเสียงกว่า 800 แผ่น พร้อมเครื่องเสียงและลำโพงชุดใหญ่
  • อสังหาริมทรัพย์: มีที่ดิน 1 แปลงในจังหวัดบุรีรัมย์ มูลค่าประมาณ 1 แสนบาท

ขณะที่ นางรุ่งทิวา (คู่สมรส) ถือครองทรัพย์สินมูลค่ารวม 21,965,156 บาท ซึ่งเน้นไปที่อสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ได้แก่ ที่ดิน 5 แปลงในกรุงเทพฯ และบุรีรัมย์ มูลค่า 6.4 ล้านบาท และบ้าน 4 หลังในกรุงเทพฯ มูลค่ารวม 4.8 ล้านบาท รวมถึงเครื่องประดับเพชรและทองคำมูลค่ากว่า 2.7 ล้านบาท

วิกฤตความเชื่อมั่น: เมื่อคะแนนประเมินไม่เป็นใจ

ความมั่นคงในทรัพย์สินดูจะสวนทางกับความมั่นคงในตำแหน่งงาน เมื่อมีกระแสข่าวสะพัดว่า นายแสวงอาจไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี 2568 โดยคณะกรรมการ กกต. ชุดเดิมที่มี นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน

หัวใจสำคัญอยู่ที่ "สัญญาจ้าง ข้อ 5 (7)" ที่ระบุว่า หากผลการประเมินจาก กกต. ทั้ง 7 ท่าน มีคะแนนรวมไม่ถึง ร้อยละ 60 จะถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์และอาจถูกยกเลิกสัญญาจ้างได้ มีรายงานว่ามติในห้องประชุมออกมาที่ 4 ต่อ 3 เสียง

ซึ่งเป็นคะแนนที่ปริ่มน้ำและนำไปสู่ข้อถกเถียงทางกฎหมายจนต้องมีการส่งเรื่องให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความว่าผลการประเมินดังกล่าวจะส่งผลให้เขาหลุดจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติหรือไม่

นายแสวง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นการประเมินผลงานว่า 

ผมเป็นเพียงผู้รับการประเมิน ไม่สามารถแสดงความเห็นแทนผู้ประเมินได้ เป็นเรื่องของคู่สัญญา ผมจะทราบผลก็ต่อเมื่อมีการแจ้งอย่างเป็นทางการ ผมรู้เท่าที่ควรรู้