
“แสวง”ยันคดีฮั้ว สว. กกต.ทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน แต่ละชั้นเป็นอิสระ
“แสวง บุญมี”ยันตรวจสอบคดีฮั้ว สว. เป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน แต่ละชั้นพิจารณาเป็นอิสระ อยู่ระหว่างชงเข้ากกต.ชุดใหญ่ ปธ.อนุฯชุด 26 “จำไม่ได้”เคยให้ความเห็นไว้อย่างไร
KEY
POINTS
- เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่าการตรวจสอบกรณีทุจริตเลือก สว. ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน
- กระบวนการพิจารณาในแต่ละชั้น เช่น คณะกรรมการสอบสวน หรือคณะอนุกรรมการ ต่างดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ ไม่สามารถแทรกแซงหรือรับทราบมติล่วงหน้าได้
- ขณะนี้คณะอนุกรรมการสืบสวนได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และกำลังส่งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการ กกต. ชุดใหญ่พิจารณาตัดสินต่อไป
วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) ว่า สำนักงาน กกต.ได้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบทุกขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
นายแสวง ระบุว่า ในชั้นของคณะอนุกรรมการสืบสวนได้ใช้ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 90 วัน และคาดว่าได้มีความเห็นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งผลการพิจารณามายังสำนักงาน กกต. เพื่อจัดทำเอกสารเสนอให้คณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นชั้นคณะกรรมการสอบสวน หรือ คณะอนุกรรมการ ต่างดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ ทำให้บุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง ตัวเลขาธิการ กกต.เอง ไม่สามารถรับทราบรายละเอียด หรือ มติในแต่ละชั้นได้ โดยสามารถสอบถามได้เพียงความคืบหน้าของกระบวนการเท่านั้น
เมื่อถูกถามถึงผลกระทบทางการเมือง หากท้ายที่สุด กกต.มีมติยกคำร้องตามความเห็นของคณะอนุกรรมการ นายแสวงกล่าวว่า ไม่สามารถประเมินผลทางการเมืองได้ เนื่องจากทุกคำตัดสินย่อมมีทั้งฝ่ายที่ได้และเสียประโยชน์ พร้อมย้ำว่า กกต.ต้องทำหน้าที่โดยยึดข้อกฎหมายและพยานหลักฐานเป็นหลัก แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันจากทุกฝ่าย
สำหรับข้อวิจารณ์เรื่องความเป็นอิสระของ กกต. และข้อครหาว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทางการเมืองบางกลุ่ม นายแสวงระบุว่า เป็นเพียงความคิดเห็นของสังคม ซึ่งสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ กกต.จำเป็นต้องระมัดระวังและปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส เพื่อให้สาธารณชนเห็นถึงความตรงไปตรงมา โดยข้อเท็จจริงต้องพิสูจน์จากกระบวนการและหลักฐาน
ในประเด็นที่มีรายงานว่าความเห็นของคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 อาจแตกต่างจากแนวทางที่ ชนินทร์ น้อยเล็ก เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ จนถูกตั้งข้อสังเกตว่า กกต. อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองนั้น
ด้าน ชนินทร์ น้อยเล็ก ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบความเห็นของคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 และไม่สามารถระบุได้ว่าความเห็นของตนในอดีตเป็นอย่างไร โดยกล่าวว่า “จำไม่ได้ว่าเคยให้ความเห็นอะไรไว้บ้าง”
ขณะที่นายแสวงชี้แจงเพิ่มเติมว่า กระบวนการสืบสวนสอบสวนทั้งหมดเป็นความลับตามกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในระหว่างการพิจารณา และไม่มีผู้ใดสามารถยืนยันข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวได้
ทั้งนี้ ระบุว่า ต้องรอให้กระบวนการเข้าสู่ชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต. ซึ่งจะมีทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ความเห็น และมติอย่างเป็นทางการออกมา โดยคาดว่าการบรรจุเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมากและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
สำหรับข้อสงสัยของสมาชิกวุฒิสภาสำรอง ที่ตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 นายแสวงยืนยันว่า ก่อนการแต่งตั้ง สำนักงาน กกต.ได้ตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนแล้ว และยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย






