
“แสวง”ชี้ศาล รธน.รับคดีบาร์โค้ดเลือกตั้งเป็นเรื่องดี หวังสร้างความชัดเจน
“แสวง”ชี้ศาล รธน.รับคดีบาร์โค้ดเลือกตั้งเป็นเรื่องดี ยันกกต.ดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน พร้อมชี้แจงข้อสงสัย ย้ำการเลือกตั้งยังคงเป็นความลับ
KEY
POINTS
- นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. มองว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยสร้างความชัดเจนในประเด็นข้อกฎหมาย
- กกต.ยืนยันว่า การใช้บาร์โค้ดไม่กระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยตรงและเป็นความลับ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการชี้แจงต่อศาล
- กกต.เชื่อมั่นว่า ได้ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด และกำลังรอรายละเอียดจากศาลเพื่อเตรียมข้อมูลชี้แจง
วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องเกี่ยวกับประเด็นการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่ง กกต.จะต้องรอรายละเอียดจากศาลว่าจะให้ชี้แจงในประเด็นใด และภายในกรอบเวลาใด
ทั้งนี้ ยืนยันว่า กกต.ได้ดำเนินการทุกอย่างตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด โดยมีภารกิจสำคัญคือ การจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และต้องเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและเป็นความลับ เมื่อมีข้อสงสัยจากประชาชนและมีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการชี้แจงว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายแสวงกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญ และยังไม่สามารถระบุรายละเอียดของแนวทางการชี้แจงได้
ในประเด็นที่อาจมีการให้จำลองสถานการณ์การเลือกตั้ง เพื่อพิสูจน์ว่า การใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้จริงหรือไม่นั้น นายแสวง ระบุว่า กกต.ดำเนินการตามหน้าที่และข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยยืนยันว่า “ณ ปัจจุบัน การเลือกตั้งยังคงเป็นความลับ” ส่วนรายละเอียดการพิจารณาขึ้นอยู่กับแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด
สำหรับกรณีที่ภาคประชาชน และอดีต กกต.เตรียมนำผลการจำลองการเลือกตั้งไปใช้เป็นพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญ นายแสวง กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระบวนการต่อสู้คดี ซึ่งตนไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่เห็นว่าการเข้าสู่การพิจารณาของศาลจะทำให้เกิดความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้หากผลการพิจารณานำไปสู่การวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายแสวงระบุว่า ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันการเลือกตั้งยังคงมีความลับ และทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาล ขณะที่ กกต.ทำหน้าที่ในส่วนของตนอย่างเต็มที่
ในส่วนของการดำเนินคดีกับบุคคล 6 ราย ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายแสวงกล่าวว่า ในช่วงการเลือกตั้งมักมีการฟ้องร้องหลายคดี แต่สำนักงาน กกต.ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย และมีเป้าหมายเพื่อปกป้องความสุจริตและความลับของการเลือกตั้ง
สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบบัตรเลือกตั้งใหม่ ที่ไม่มีรหัสที่ขั้วบัตร นายแสวงไม่ได้ตอบโดยตรง แต่ระบุว่า การออกแบบบัตรเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. โดยต้องคำนึงถึงการป้องกันการทุจริต ซึ่งในอดีตอาจต้องใช้วิธีพิสูจน์ลายนิ้วมือ แต่ปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้
ทั้งนี้ ยังกล่าวด้วยว่า ผู้ที่ทำการทดสอบ หรือ อ้างว่าสามารถสแกนข้อมูลจากบัตรเลือกตั้งได้นั้น ไม่ใช่หน่วยงานที่มีหน้าที่พิสูจน์อย่างเป็นทางการ
ส่วนแนวทางการเลือกตั้งในอนาคต รวมถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่าจะยังคงใช้บาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ดหรือไม่ นายแสวง ระบุว่า เคยมีการใช้งานมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2566 แต่สำหรับอนาคตยังไม่สามารถให้คำตอบได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต.
ในประเด็นการดำเนินคดีกับบุคคล 6 ราย ว่ามีความรุนแรงเกินไปหรือไม่นั้น นายแสวง ชี้แจงว่า เป็นการดำเนินการเพื่อปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ต้องรักษาความลับของการลงคะแนน และห้ามมิให้มีการกระทำที่พยายามเปิดเผยว่าใครลงคะแนนให้ผู้ใด
โดยระบุว่า ลักษณะการกระทำที่พยายามรวบรวมข้อมูลเพื่อระบุตัวผู้ใช้สิทธิ์ แม้ต้องอาศัยบุคคลหลายคนร่วมกัน ก็ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแท้จริง และขัดต่อหลักการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับตั้งแต่ขั้นตอนการลงคะแนนจนถึงการเก็บรักษาบัตร
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นความเชื่อมโยงของบุคคลทั้ง 6 รายในคดีดังกล่าว นายแสวงปฏิเสธให้ความเห็น โดยระบุว่าเป็นเรื่องในสำนวนคดี
ส่วนข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการตั้งข้อหา “อั้งยี่” ที่ถูกมองว่ารุนแรงนั้น นายแสวง ระบุว่า เป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ ซึ่ง กกต.มีหน้าที่ต้องปกป้องให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรง เป็นความลับ และบรรลุผลตามที่กฎหมายกำหนด






