thansettakij
thansettakij
พรรคกล้าธรรม ซัดรัฐบาลคว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ ถามโปร่งใสได้อย่างไร

พรรคกล้าธรรม ซัดรัฐบาลคว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ ถามโปร่งใสได้อย่างไร

30 พ.ค. 69 | 08:56 น.
อัปเดตล่าสุด :31 พ.ค. 69 | 09:00 น.

รองโฆษกพรรคกล้าธรรมตั้งคำถามรัฐบาล หลังสภาฯ ไม่เห็นชอบตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ชี้เมกะโปรเจกต์ใช้งบมหาศาลต้องเปิดให้ตรวจสอบและรับฟังประชาชน ไม่ใช่เดินหน้าโดยไร้กลไกถ่วงดุล

KEY

POINTS

  • พรรคกล้าธรรมวิจารณ์รัฐบาลและ สส. ฝ่ายรัฐบาลที่ลงมติไม่เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์
  • ชี้ว่าการไม่ตั้ง กมธ. เป็นการปิดกั้นการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน และตัดการมีส่วนร่วมของฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนในการตรวจสอบโครงการ
  • ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของโครงการ เนื่องจากเป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใช้งบประมาณมหาศาล แต่กลับขาดกลไกการตรวจสอบที่เพียงพอจากทุกภาคส่วน

นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและผลกระทบจากโครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อมการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ว่า พรรคกล้าธรรมรู้สึกผิดหวังต่อท่าทีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการศึกษาโครงการดังกล่าวอย่างรอบด้าน ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่

นายพีรวัส กล่าวต่อว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ใช่การขัดขวางการพัฒนาประเทศ แต่เป็นกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบ ศึกษา และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ ทั้งเรื่องการเวนคืนที่ดิน ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศทางทะเล ตลอดจนผลกระทบต่อชุมชนและอาชีพของประชาชน

“การที่ สส.ฝ่ายรัฐบาลลงมติไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เท่ากับเป็นการปล่อยให้รัฐบาลสามารถดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ต่อไป โดยตัดขาดการมีส่วนร่วมของฝ่ายนิติบัญญัติ และลดโอกาสที่ประชาชนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเสนอความคิดเห็นต่อโครงการสำคัญระดับประเทศ”นายพีรวัส กล่าว

พรรคกล้าธรรม ซัดรัฐบาลคว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ ถามโปร่งใสได้อย่างไร

นายพีรวัส ระบุเพิ่มเติมว่า โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใช้งบประมาณมหาศาล และอาจสร้างผลกระทบในระยะยาว สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่แค่คำว่าการพัฒนา แต่ต้องเป็นการพัฒนาที่โปร่งใส เป็นธรรม และรับฟังเสียงของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง เพราะหากโครงการเดินหน้าไม่มีการตรวจสอบที่เพียงพอ สุดท้ายผู้ที่ต้องแบกรับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชน

ทั้งนี้ นายพีรวัส ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมจะยังคงติดตามการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์อย่างใกล้ชิด และจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้การพัฒนาโครงการต่าง ๆ ของประเทศเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน