
หมอประวิทย์-หมอสุภัทร ฉะ “สรณ” หมดอำนาจแล้ว ลาประชุมทำไม จี้ 6 กสทช.นัดประชุม
“หมอประวิทย์-หมอสุภัทร” ฉะ“หมอสรณ” หมดอำนาจแล้ว ลาประชุมทำไม ลั่น 6 บอร์ด นัดประชุมได้ทันที ซัด สนง.ปฏิเสธส่อผิด จี้ “ไตรรัตน์“ เรียกคืนรถประจำตำแหน่งทันที
KEY
POINTS
- นพ.ประวิทย์ และ นพ.สุภัทร ชี้ว่า นพ.สรณ หมดอำนาจในตำแหน่งประธาน กสทช. แล้วตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง การยื่นลาประชุมจึงไม่มีผลและไม่จำเป็น
- เรียกร้องให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คน ดำเนินการนัดประชุมกันเองใหม่ เพื่อให้การประชุมชอบด้วยกฎหมาย แทนการประชุมที่เรียกโดย นพ.สรณ
- นพ.สุภัทร จี้ให้ นพ.สรณ คืนรถยนต์ประจำตำแหน่ง ยุติสิทธิประโยชน์ต่างๆ และเรียกร้องให้เร่งสรรหาประธานชั่วคราวและกรรมการ กสทช. คนใหม่
“นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา” ชี้คำวินิจฉัย คกก.สรรหาและคำพิพากษาศาลปกครองกลางทำให้ “หมอสรณ” ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช.ได้ จึงไม่ควรเป็นผู้เรียกประชุม 1-2 ต.ค. เสนอกรรมการที่เหลือ 6 คนแจ้งสำนักงานฯ นัดประชุมใหม่ในวัน-เวลา-สถานที่เดิม ด้าน “หมอสุภัทร” ซัดลาประชุมเป็น “ตลกร้าย” จี้คืนรถ Lexus ยุติสิทธิประโยชน์และยกเลิกการเข้าถึงข้อมูล พร้อมเรียกร้องเร่งสรรหาประธานชั่วคราวและกรรมการ กสทช.คนใหม่
วันที่ 30 กันยายน 2569 นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงกรณี ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ แจ้งหนังสือด่วนขอลาประชุม กสทช. เฉพาะวันที่ 1-2 ต.ค. 2569 ว่า ตามคำพิพากษาของศาลปกครอง ประธาน กสทช. ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องยื่นหนังสือขอลาประชุม เนื่องจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. และคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ทำให้หมดอำนาจหน้าที่ไปโดยตรงแล้ว
6 กรรมการ กสทช.ที่เหลือนัดประชุมได้เลย
นพ.ประวิทย์ ระบุว่า กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ต้องนัดหารือกัน เพื่อกำหนดแนวทางการจัดประชุม โดยกรรมการ กสทช. สามารถนัดประชุมใหม่ในวัน เวลา และสถานที่เดียวกันตามที่เคยกำหนดไว้ได้ เพื่อให้เป็นการประชุมที่ชอบด้วยกฎหมาย แทนการนัดประชุมโดย นพ.สรณ ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
“กรณีนี้ สำนักงาน กสทช.กำหนดวันจัดประชุม คือวันที่ 1-2 ต.ค.นี้ กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนสามารถแจ้งไปยัง รักษาการ เลขาธิการสำนักงาน กสทช. ให้จัดประชุมในวัน เวลา และห้องประชุมเดิม แต่เป็นการจัดประชุมในนามของกรรมการ 6 คน ไม่ใช่ในนามของ นพ.สรณ
ทั้งนี้ หากสำนักงาน กสทช. ปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่สะดวก จะขัดแย้งกับกรณีที่เคยจัดเตรียมความพร้อมตามนัดของ นพ.สรณ ไว้แล้ว และหากสำนักงานฯ ไม่ยอมจัดประชุมให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน โดยไม่มีเหตุผลพิเศษที่ชัดเจน อาจเข้าข่ายมีความผิดทางคดีได้”
นพ.ประวิทย์ ตั้งข้อสังเกตว่า การแจ้งลาประชุมของ นพ.สรณ เหมือนเป็นความพยายามทำให้สถานะทางกฎหมายมีความคลุมเครือ เพื่ออาศัยความคลุมเครือดังกล่าวในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ซึ่งหากศาลปกครอง หรือ คณะกรรมการสรรหามีคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยที่ชัดเจน จะส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ด้าน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน โพสต์โซเชียล ระบุว่า นพ.สรณ ลาประชุม ตลกร้ายของผู้ไม่มีสิทธิ นพ.สรณ เรียกประชุม กสทช.ในวันที่ 1-2 ต.ค.69 ไว้ เมื่อศาลปกครองกลางชี้ว่า มติกรรมการสรรหาชอบด้วยกฎหมาย ก็ชัดว่า นพ.สรณไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ประธาน กสทช.ชัดสุดๆ แล้ว จึงไม่อาจเข้าประชุมได้อยู่แล้ว แล้วจะมาลาประชุมทำไม อันนี้ตลกร้ายแห่งวาทกรรม
“รถ Lexus ประจำตำแหน่งประธาน กสทช.ก็ต้องคืน การ access เข้าถึงข้อมูล password ไฟล์ต่างๆต้องยกเลิกหมด เงินเดือนผลประโยชน์ใดๆต้องยุติ เลขาธิการ ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ดำเนินการแล้วยัง แม้จะเข้าสำนักงาน กสทช.ก็ต้องแลกบัตรเหมือนผมที่เป็นบุคคลภายนอก”
นพ.สุภัทร กล่าวด้วยว่า หวังว่า 6 กสทช. จะสรรหาประธานชั่วคราวมาทำหน้าที่ กรรมการสรรหากรรมการ กสทช.จะได้เริ่มการสรรหา กสทช.อีก 1 คนแทน นพ.สรณ พระบรมราชโองการถอดออกจากตำแหน่งไม่ต้องให้เป็นพระราชภาระ ซึ่งเหมือนกับนายพลหรือข้าราชการระดับสูงที่มีราชโองการแต่งตั้ง
แต่เมื่อทำผิดต้องออกจากตำแหน่งก็ต้องออกทันทีไม่ต้องให้มีราชโองการให้ออกแต่อย่างใด อันนี้ก็อีกวาทกรรมที่ นพ.สรณ อ้างขึ้นมาให้สังคมสับสน รัฐบาลอนุทินก็ไปรับลูกยื่นทูลเกล้า ทั้งๆที่ไม่มีหลักให้ทำเช่นนั้น






