
ศึกชิงนายกพัทยาเดือด “ปรเมศวร์ vs อิทธิวัฒน์” ลุ้นเปลี่ยนขั้วอำนาจ?
ศึกชิงนายกพัทยาเดือด“ปรเมศวร์ vs อิทธิวัฒน์” ลุ้นเปลี่ยนขั้วอำนาจ? : รายงานพิเศษ โดย...ธวัชชัย อินทรประดิษฐ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เป็นการแข่งขันที่น่าจับตาระหว่าง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตนายก จากกลุ่มเรารักพัทยา และ นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ผู้ท้าชิงจากพรรคประชาชน
- นายปรเมศวร์ ชูสโลแกน “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” เน้นสานต่อนโยบายเดิมและประสบการณ์ ขณะที่ นายอิทธิวัฒน์ เสนอวิสัยทัศน์ “พัทยาเพื่อทุกคน” พร้อมนโยบายใหม่ที่เน้นความโปร่งใสและคุณภาพชีวิต
- ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่า เป็นการต่อสู้ระหว่างขั้วอำนาจ “บ้านใหญ่ท้องถิ่น” ที่สนับสนุน นายปรเมศวร์ กับ “กระแสการเมืองใหม่” ที่มีพรรคประชาชนหนุนหลังนายอิทธิวัฒน์
ศึกเลือกตั้ง “นายกเมืองพัทยา” ปี 2569 เริ่มร้อนแรงทันทีหลังเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 โดยบรรยากาศที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เต็มไปด้วยกองเชียร์และประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัครจากหลายกลุ่มการเมือง
การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตาว่า เป็นอีกหนึ่ง “สนามการเมืองท้องถิ่นสำคัญ” ของประเทศ เนื่องจากเมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ มีงบประมาณบริหารจัดการเมืองจำนวนมหาศาล และเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออก
สำหรับการเลือกตั้ง นายกเมืองพัทยา และ สมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ครั้งนี้ เบื้องต้นมีผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา รวม 4 คน ประกอบด้วย
นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร หมายเลข 1
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หมายเลข 2
นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ หมายเลข 3
และ นายสุไอนี เจริญสุข หมายเลข 4
อย่างไรก็ตาม คู่แข่งขันที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ การเผชิญหน้าระหว่าง “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” อดีตนายกเมืองพัทยา จากกลุ่ม “เรารักพัทยา” กับ “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแข่งขันระหว่าง “บ้านใหญ่ท้องถิ่น” กับ “กระแสการเมืองใหม่”
“อิทธิวัฒน์”ชูพัทยาเพื่อทุกคน
ความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนได้รับความสนใจไม่น้อย หลัง นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจผู้สมัครนายกเมืองพัทยาและทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ของพรรคด้วยตัวเอง
นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ผู้สมัครหมายเลข 1 กล่าวว่า วิสัยทัศน์หลักของทีมคือ “พัทยาเพื่อทุกคน” โดยต้องการออกแบบเมืองที่ตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ทั้งคนทำงานกลางคืน พนักงานโรงแรม ผู้ประกอบการ นักลงทุน รวมถึงประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานและอาศัยอยู่ในเมืองพัทยา
เจ้าตัวระบุว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทีมงานได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนในทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง จนพัฒนาออกมาเป็น “37 นโยบาย” ที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตประชาชน
นโยบายสำคัญที่ถูกนำเสนอ เช่น การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับมาใช้จ่ายในพื้นที่ การปรับปรุงระบบบริหารเมืองให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการจัดตั้งศูนย์ดูแลเด็กเล็ก 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับครอบครัวแรงงานและคนทำงานในภาคบริการ
นายอิทธิวัฒน์ ยังชูประเด็น “การบริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า” โดยระบุว่า เมืองพัทยามีงบประมาณบริหารกว่า 2,400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งควรถูกใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
“ปรเมศวร์”ขอทำต่อชู Better Pattaya
ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตนายกเมืองพัทยา ผู้สมัครหมายเลข 2 จากกลุ่ม “เรารักพัทยา” เดินหน้าหาเสียงภายใต้แนวคิด “Better Pattaya” พร้อมสโลแกน “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ”
นายปรเมศวร์ ประกาศสานต่อนโยบายและโครงการที่ดำเนินการมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยชูจุดแข็งเรื่องประสบการณ์บริหารเมืองและความต่อเนื่องของการพัฒนา
สำหรับแนวนโยบายหลักประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 3 ด้าน รวม 33 นโยบาย ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม สิ่งแวดล้อม และการใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการเมือง
ทีมของนายปรเมศวร์ ยังพยายามสื่อสารถึงผลงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะการฟื้นฟูภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ของเมืองพัทยา
ในเชิงการเมือง นายปรเมศวร์ ยังถูกมองว่า ได้รับแรงสนับสนุนจากเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น และกลุ่มบ้านใหญ่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งยังมีอิทธิพลทางการเมืองในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ย้อนผลเลือกตั้งพัทยาปี 2565
หากย้อนกลับไปในการเลือกตั้ง “นายกเมืองพัทยา” ปี 2565
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนประมาณ 14,590 คะแนน
ขณะที่ นายสินไชย วัฒนศาสตร์สาธร ได้ประมาณ 12,695 คะแนน
นายกิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย ได้ประมาณ 8,826 คะแนน
และ นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ได้ 89 คะแนน
ส่วนสถิติการใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อปี 2565 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 78,018 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 38,524 คน คิดเป็น 49.38% ขณะที่ผู้ไม่มาใช้สิทธิอยู่ที่ 39,494 คน หรือ 50.62%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า “ฐานคะแนนเงียบ” และกลุ่มผู้ไม่ออกมาใช้สิทธิยังเป็นตัวแปรสำคัญของการเลือกตั้งเมืองพัทยา
ลุ้นกระแสเปลี่ยนเมือง
สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 เมืองพัทยามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 82,736 คน แบ่งออกเป็น 4 เขตเลือกตั้ง ครอบคลุม 4 ตำบล โดยจะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน และกำหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569
นักวิเคราะห์การเมืองท้องถิ่นมองว่า การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการวัดกันระหว่าง “กระแสความต่อเนื่อง” กับ “กระแสการเปลี่ยนแปลง”
ฝั่ง นายปรเมศวร์ ได้เปรียบจากฐานการเมืองเดิม เครือข่ายท้องถิ่น และผลงานในฐานะอดีตนายกเมืองพัทยา
ขณะที่ นายอิทธิวัฒน์ พยายามใช้กระแสพรรคประชาชน และฐานเสียงคนรุ่นใหม่ รวมถึงแรงสนับสนุนจากประชาชน ที่ต้องการเห็นการบริหารเมืองแบบโปร่งใสและตรวจสอบได้
อีกปัจจัยสำคัญคือ “เศรษฐกิจท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเมืองพัทยา หลังผู้ประกอบการจำนวนมากต้องการเห็นการฟื้นฟูเมืองอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องความปลอดภัย ภาพลักษณ์ การจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ และการบริหารจัดการเมืองที่ทันสมัย
การเลือกตั้ง “นายกเมืองพัทยา” ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันระดับท้องถิ่น แต่ยังสะท้อนทิศทางการเมืองใหม่ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ว่าสุดท้ายแล้วประชาชนจะเลือก “ความต่อเนื่อง” หรือ “การเปลี่ยนแปลง” เป็นผู้กำหนดอนาคตเมืองท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้







