thansettakij
thansettakij
ระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย ขยับขึ้นอันดับ 48 โลก จับตา 'พัทยา' พื้นที่ใหม่การลงทุน

ระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย ขยับขึ้นอันดับ 48 โลก จับตา 'พัทยา' พื้นที่ใหม่การลงทุน

20 พ.ค. 69 | 08:07 น.
อัปเดตล่าสุด :20 พ.ค. 69 | 08:19 น.

StartupBlink เผยดัชนีระบบนิเวศสตาร์ทอัพโลกปี 2026 ไทยขยับขึ้นอันดับ 48 ของโลก เติบโต 62.6% สูงอันดับ 2 อาเซียน กรุงเทพฯยังเป็นศูนย์กลางหลัก ขณะเมืองรองโตแรง พร้อมจับตา Tech Clusters รอบปริมณฑล “พัทยา-สมุทรปราการ-ปทุมธานี-นครปฐม”

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 48 ของโลกในดัชนีระบบนิเวศสตาร์ทอัพ (Global Startup Ecosystem Index 2026) ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในรอบ 7 ปี
  • ระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยมีจุดแข็งด้านชุมชนผู้ประกอบการที่แข็งแกร่ง และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการแพทย์ (Medtech) ที่โดดเด่นติดอันดับ 8 ของโลก
  • เมืองพัทยาได้รับการจัดอันดับบนแผนที่สตาร์ทอัพโลกเป็นครั้งแรก ทำให้ไทยมีเมืองติดอันดับเพิ่มเป็น 4 แห่ง และถูกจับตามองในฐานะพื้นที่ใหม่สำหรับการลงทุนด้านนวัตกรรม

ประเทศไทยกำลังส่งสัญญาณการเติบโตครั้งใหม่ของเศรษฐกิจนวัตกรรม หลัง StartupBlink เปิดเผยรายงาน Global Startup Ecosystem Index 2026 โดยไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 48 ของโลก เพิ่มขึ้นจากปีก่อน พร้อมสร้างการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพ 62.6% ถือเป็นการเติบโตสูงอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่ในกลุ่มประเทศที่เติบโตโดดเด่นของเอเชียแปซิฟิก

ไทยกลับสู่ Top 50 โลก สูงสุดรอบ 7 ปี

รายงานระบุว่า ไทยกลับเข้าสู่กลุ่ม Top 50 โลกได้อีกครั้ง และเป็นอันดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2019 สะท้อนภาพการขยายตัวของผู้ประกอบการเทคโนโลยี เงินทุน เครือข่ายสนับสนุนธุรกิจ และกิจกรรมในระบบนิเวศที่เติบโตต่อเนื่อง

ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไทยยังรักษาอันดับ 11 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และอยู่อันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนความสามารถในการแข่งขันของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จุดแข็งไทย ชุมชนสตาร์ทอัพแกร่ง Medtech ติด Top 10 โลก

ระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย ขยับขึ้นอันดับ 48 โลก จับตา 'พัทยา' พื้นที่ใหม่การลงทุน

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของไทย คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนผู้ประกอบการ โดย StartupBlink จัดไทยอยู่อันดับ 20 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชียแปซิฟิก ในหมวด Startup Community Activity Functional Category ซึ่งสะท้อนความแข็งแรงของกิจกรรมเครือข่าย การพบปะผู้ประกอบการ และการขับเคลื่อนระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ไทยยังโดดเด่นในอุตสาหกรรม Medtech หรือเทคโนโลยีการแพทย์ โดยติดอันดับ 8 ของโลก สะท้อนศักยภาพของไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

กรุงเทพฯยังนำ แต่เมืองรองเร่งเครื่องโต

แม้ระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยจะขยายตัว แต่รายงานยังสะท้อนโจทย์สำคัญ คือ การกระจุกตัวของระบบนิเวศสตาร์ทอัพในกรุงเทพมหานครเป็นหลัก โดย StartupBlink ระบุว่า คะแนนรวมของกรุงเทพฯยังสูงกว่าภูเก็ตราว 20 เท่า แม้ช่องว่างดังกล่าวเริ่มลดลง หลังเมืองรองเริ่มขยายตัวได้เร็วขึ้น

ภาพการเติบโตนอกเมืองหลวงเริ่มชัดขึ้น โดยภูเก็ตเติบโต 85.9% ขยับขึ้น 108 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 533 ของโลก ขณะที่เชียงใหม่เติบโต 91.6% ขยับขึ้น 126 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 590 ของโลก สะท้อนการกระจายตัวของเศรษฐกิจนวัตกรรมออกนอกกรุงเทพฯมากขึ้น

Tech Clusters รอบปริมณฑล แรงส่งใหม่เศรษฐกิจนวัตกรรม

อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย คือ ความแข็งแกร่งของกลุ่มก้อนเทคโนโลยี หรือ Tech Clusters รอบปริมณฑลและเขตเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงส่งใหม่ของระบบนิเวศเศรษฐกิจนวัตกรรมไทย

โดยมีเมืองศักยภาพสูงของไทยได้รับการจัดอันดับในเวทีโลกเพิ่มขึ้นอีก 4 พื้นที่ ได้แก่ พัทยา สมุทรปราการ ปทุมธานี และนครปฐม สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจนวัตกรรมที่เริ่มกระจายตัวจากศูนย์กลางเดิมไปสู่พื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบ

พื้นที่เหล่านี้กำลังเชื่อมโยงฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศเข้าด้วยกัน ทั้งภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การศึกษา งานวิจัย โลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีรุ่นใหม่และดึงดูดการลงทุนด้านนวัตกรรมในระยะยาว

ระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย ขยับขึ้นอันดับ 48 โลก จับตา 'พัทยา' พื้นที่ใหม่การลงทุน

จับตา “พัทยา” เมืองใหม่บนแผนที่สตาร์ทอัพโลก

อีกหนึ่งพื้นที่ที่ถูกจับตามากที่สุด คือ “พัทยา” หลังเข้าสู่การจัดอันดับระบบนิเวศสตาร์ทอัพโลกเป็นครั้งแรก ส่งผลให้ไทยมีเมืองติดอันดับระดับโลกเพิ่มขึ้นเป็น 4 เมือง จากเดิม 3 เมืองในปีก่อน ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา

การเติบโตของพัทยาสะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจนวัตกรรมในพื้นที่นอกกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านบริการ การท่องเที่ยว ดิจิทัล และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังกลายเป็นฐานรองรับธุรกิจเทคโนโลยีและผู้ประกอบการยุคใหม่มากขึ้น

ไทยยังมีโจทย์เพิ่มขีดแข่งขัน

StartupBlink ยังระบุว่า ไทยยังมีโอกาสยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันเพิ่มเติม โดยไทยอยู่อันดับ 56 ของ Innovators Business Environment Index สะท้อนว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ กฎระเบียบ และปัจจัยสนับสนุนผู้ประกอบการ ยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อปลดล็อกศักยภาพการเติบโตในระยะยาวได้อีกมาก

การขยับขึ้นของไทยในปีนี้ จึงไม่ได้สะท้อนเพียงอันดับที่ดีขึ้น แต่กำลังชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย จากโมเดลที่พึ่งพากรุงเทพฯเป็นหลัก ไปสู่โครงสร้างใหม่ที่เมืองเศรษฐกิจรอบปริมณฑล เมืองท่องเที่ยว และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ กำลังกลายเป็นฐานการเติบโตใหม่ของเศรษฐกิจนวัตกรรมไทยในอนาคต