
วิกฤตศรัทธา ป.ป.ช. ปมหุ้น"ศักดิ์สยาม"จุดชนวนเช็คบิลองค์กรอิสระ
วิกฤตศรัทธา ป.ป.ช.ปมหุ้น"ศักดิ์สยาม"จุดชนวนเช็คบิลองค์กรอิสระ : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4196
KEY
POINTS
- ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยอ้างว่าขาดเจตนา ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยตัดสินว่ามีความผิด
- มติดังกล่าวก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธา และเป็นชนวนให้ สส. และ สว. กลุ่มหนึ่งผนึกกำลังเข้าชื่อดำเนินคดีต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวข้อง
- ฝ่ายนิติบัญญัติเตรียมใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อเสนอตั้ง "คณะผู้ไต่สวนอิสระ" มาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ ป.ป.ช.
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนไปทั้งระนาบ “องค์กรอิสระ” เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ "ยกคำร้อง" กรณี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ของพรรคภูมิใจไทย ปมซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยระบุว่า "ขาดเจตนาปกปิด"
มติดังกล่าวไม่เพียงแต่สวนทางกับคำวินิจฉัยของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ก่อนหน้า แต่ยังกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดการผนึกกำลังครั้งใหญ่ระหว่าง "สส.พรรคประชาชน" และ "สว.กลุ่มอิสระ" ในการใช้มาตรา 236 แห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้าชื่อถอดถอนและตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระเช็คบิล ป.ป.ช.เสียเอง
“วิชา”ฉะป.ป.ช.ฤๅษีแปลงศาล
ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ป.ป.ช.ได้แถลงชี้แจงมติที่ไม่ดำเนินคดีกับ นายศักดิ์สยาม ในข้อหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ โดยให้เหตุผลหลักคือ "ความเข้าใจผิด" ของนายศักดิ์สยาม ที่เชื่อว่าได้โอนหุ้นไปแล้วก่อนเข้ารับตำแหน่ง และไม่พบหลักฐานการบริหารงานหลังการโอนหุ้น
ป.ป.ช. พยายามตอกย้ำว่า มติของตนเป็นคนละส่วนกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2567 ที่สั่งให้ นายศักดิ์สยาม พ้นจากตำแหน่ง โดยอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่อง "คุณสมบัติ" แต่ ป.ป.ช. วินิจฉัยเรื่อง "เจตนา"
อย่างไรก็ตาม นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ได้ออกมาฟาดกลับอย่างรุนแรงว่า ป.ป.ช.กำลังทำตัวเป็น "ฤๅษีแปลงศาล" โดยชี้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ผูกพันทุกองค์กร เมื่อศาลวินิจฉัยว่าเป็นการ "ซุกหุ้น" หรือ “นิติกรรมอำพราง” ป.ป.ช. มีหน้าที่เพียงพิจารณาว่า พฤติการณ์นั้นเข้าข่ายยื่นบัญชีเท็จหรือไม่ ไม่ใช่ไปสร้างบรรทัดฐานใหม่ เพื่อหักล้างคำตัดสินของศาลสูง
สส-สว.ผนึกยื่นสอบ ป.ป.ช.
มติ "ฟอกขาว" ที่สังคมกังขา ได้นำไปสู่การขยับตัวของฝ่ายนิติบัญญัติ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ประกาศชัดเจนว่าพฤติการณ์ของ ป.ป.ช. เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เตรียมรวบรวมรายชื่อ สส. 1 ใน 5 ของสภา เพื่อเสนอต่อประธานสภาฯ ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา
แรงกระเพื่อมนี้ยิ่งทวีความรุนแรง เมื่อ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส และ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นำทีม สว.กลุ่มอิสระ ประกาศตัวเป็นพันธมิตรพร้อมลงชื่อร่วมกับ สส. เพื่อให้ครบเกณฑ์ 140 รายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 โดยเป้าหมายคือ การตั้ง "คณะผู้ไต่สวนอิสระ" มาตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.ทั้งชุด
คดีที่ถูกยกขึ้นมาเป็นเหตุผลประกอบความล้มเหลวของ ป.ป.ช. ได้แก่
คดีบัญชีทรัพย์สินศักดิ์สยาม: ที่ถูกมองว่าสวนทางกับศาลรัฐธรรมนูญ
คดีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน: แผลเป็นสำคัญที่ยังถูกขุดคุ้ย
คดีอิทธิพล คุณปลื้ม: ปมปล่อยให้ขาดอายุความจนสังคมคาใจ
คดีสินบนสวนปาล์มอินโดนีเซีย: ที่จบลงด้วยคำว่า "ไม่มีความผิด"
ปัญหาระบบธรรมาภิบาลภายใน: การแต่งตั้งโยกย้ายที่ข้ามหัวผู้อาวุโส ส่อเค้าการแทรกแซงจาก "บุคคลในเงามืด"
ป.ป.ช.เผชิญคุกสูงสุด 10 ปี
สายตาทุกคู่ขณะนี้จับจ้องไปที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคำร้องดังกล่าว นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.อิสระ ถึงขั้นออกมาเตือนว่า อย่าใช้เทคนิค "ดึงเรื่อง" หรือตรวจสอบรายชื่อซ้ำซากเพื่อประวิงเวลา เพราะจะเท่ากับเป็นการเปิดทางให้ "วงจรอุบาทว์" เข้ามาแทรกแซง
หากกระบวนการนี้เดินหน้าถึงชั้นศาล และมีการวินิจฉัยว่า กรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจริง กรรมการเหล่านั้นจะต้องเผชิญกับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมีโทษหนักคือ จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
เปิด 6 ป.ป.ช.ตีตกคดีศักดิ์สยาม
คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน (เม.ย.69) มี 8 คนประกอบด้วย
1.นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. (อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา) 2.นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ (อดีตผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลฎีกา) 3.นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ (อดีตอธิบดีกรมการปกครอง) 4.นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง (อดีตรองประธานศาลฎีกา)
5.นายประภาศ คงเอียด อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ 6.นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง (อดีตอธิบดีอัยการ) 7.นายสุชาติ สุนทรีเกษม (อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลฎีกา) และ 8.นายมนูภาน ยศธแสนย์ (อดีตอธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญาคดีทุจริตฯ)
อย่างไรก็ตาม ในจำนวน 8 รายดังกล่าว มี 5 คน คือ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง นายประภาศ คงเอียด นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง ที่มีมติยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม และอีก 1 ราย นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ที่พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ 26 พ.ย. 2568 ถือว่าปฏิบัติหน้าอยู่ในช่วงเดือน ก.ย. 2568 ที่มีมติยกคำร้องคดีดังกล่าว
แต่ในส่วนของ นายสุชาติ สุนทรีเกษม และ นายมนูภาน ยศธแสนย์ได้รับการแต่งตั้ง เมื่อ 19 ม.ค. 2569 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมติที่ยกคำร้อง
จุดเปลี่ยนศรัทธาองค์กรอิสระ
วิบากกรรมของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวบุคคลอย่าง นายศักดิ์สยาม แต่คือ บทพิสูจน์ว่า "องค์กรอิสระ" ในประเทศไทยยังคงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการทุจริตได้อย่างแท้จริง หรือ กลายเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองเพื่อคุ้มครองใครบ้างคนหรือไม่?
หาก ป.ป.ช.ไม่สามารถกู้คืนความเชื่อมั่น ผ่านการชี้แจงที่มีน้ำหนักมากกว่า "เจตนาดี" ได้ การใช้ “มาตรา 236” ในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการโละระบบตรวจสอบครั้งใหญ่ และเป็น "วิกฤตศรัทธา" ต่อ ป.ป.ช.ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์?...
9 คดีดังคาใจป.ป.ช.เลือกปฏิบัติ?
ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อ 25 เม.ย. 2569 ว่า ทำไมคนไทยไม่เชื่อใจ ป.ป.ช. จะตัดสินถูกหรือผิดก็ยังสงสัย เมื่อลองถาม Gemini ก็ได้คำตอบว่า สังคมไทยมอง ป.ป.ช. ว่า “ใช้มาตรฐานไม่เท่ากัน, เลือกปฏิบัติ, ล่าช้า, มีอคติทางการเมือง, ขาดความโปร่งใสในการให้เหตุผล” ตัวอย่างเรื่องดังที่สังคมไทยมักพูดถึงและตั้งคำถาม
1.คดีนายอิทธิพล คุณปลื้ม ทำคดีล่าช้าจนหมดอายุความ ศาลสั่งยกฟ้องโดยระบุว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ตั้งใจทำคดีให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลา ทั้งที่พยานหลักฐานชี้ชัดว่าจำเลยกระทำผิดจริง
2.สินบนสวนปาล์ม อินโดนีเซีย ของ ปตท. มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ผู้ต้องหา 17 คน ผ่านไป 10 ปี ป.ป.ช. มีมติไม่ชี้มูลความผิด
3. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อ้างแหวนเพชรเป็นแม่ นาฬิกาหรูเป็นของเพื่อน ป.ป.ช. เชื่อว่าจริง
4.พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. อ้างลืมระบุบ้านพักที่ลอนดอน มูลค่า 103 ล้านบาท ไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่น ป.ป.ช. สุดท้าย ป.ป.ช. เชื่อว่าลืมจริง
5.พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปล่อยให้ลูกชายตั้งบริษัทในค่ายทหาร แล้วประมูลงานจากกองทัพ และหน่วยราชการอื่น บัดนี้เกือบ 10 ปีแล้วไม่รู้เรื่องถึงไหน
6.อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ใช้นาฬิกาหรู - กระเป๋าแบรนด์เนม ที่ไม่เคยแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินฯ ที่ยื่น ป.ป.ช. แล้วอ้างว่ายืมของลูกสาวมาใช้ และเป็นของปลอม ราคาถูก สุดท้าย ป.ป.ช. เชื่อว่าจริง
7. ข่าวฉาวพัวพัน 3 กรรมการ ป.ป.ช. คนหนึ่งมีคลิปหลุดคลุกคลีพลตำรวจเอกผู้อื้อฉาว คนที่สองเคยรับสินบนแลกช่วยเหลือคดีผู้มาวิ่งเต้น คนที่สามรับสินบนทองคำหนัก 246 บาท
8.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาว่าผิดฐานซุกหุ้น แต่ ป.ป.ช.ขยับปมแล้วตัดสินโดยเชื่อว่าเขาไม่ผิด เพราะไม่รู้
9.เรื่องเก่าที่เงียบหายไป เช่น เครื่องตรวจหาระเบิด GT200 เรือเหาะตรวจการณ์ อุทยานราชภักดิ์ เป็นต้น
ดร.มานะระบุทิ้งท้ายว่า วันนี้ปัญหาใหญ่ของ ป.ป.ช. จึงไม่ใช่แค่ “ตรงไปตรงมา” หรือไม่ แต่คือ “ความชอบธรรม” ในพฤติกรรมและคุณสมบัติ ที่ไม่สอดคล้องกับความคาดหวัง หรือ บรรทัดฐานของสังคม ความไม่เชื่อมั่นที่เกิดตามมา อาจส่งผลต่อคะแนน CPI (ดัชนีการรับรู้การทุจริต : Corruption Perceptions Index ) ของประเทศไทยก็เป็นได้






