thansettakij
thansettakij
89 สว.เดือด จี้ “ณัฐพงษ์” ขอโทษใน 3 วัน ปมกล่าวหา"สว.ระบอบน้ำเงิน"

89 สว.เดือด จี้ “ณัฐพงษ์” ขอโทษใน 3 วัน ปมกล่าวหา"สว.ระบอบน้ำเงิน"

25 พ.ค. 69 | 05:12 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 69 | 05:31 น.

สว. 89 คนฮืฮ ตอบโต้ “ณัฐพงษ์” พาดพิง “สว.สีน้ำเงิน” ชี้บิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้าย-ทำลายความน่าเชื่อถือองค์กร ขีดเส้น 3 วันให้ขอโทษ ก่อนพิจารณาดำเนินคดี

KEY

POINTS

  • กลุ่ม สว. 89 คน เรียกร้องให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ขอโทษอย่างเป็นทางการ
  • สาเหตุมาจากกรณี นายณัฐพงษ์ โพสต์ข้อความกล่าวหาว่า สว. ชุดปัจจุบันเป็น “สว.ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งกลุ่ม สว. ชี้ว่าเป็นการบิดเบือนและสร้างความเสียหาย
  • ขีดเส้นตายให้ขอโทษภายใน 3 วัน หากไม่ปฏิบัติตามจะพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาหมิ่นประมาท

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา คณะสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ประมาณ 89 คน นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กรณีโพสต์ข้อความพาดพิง สว. ชุดปัจจุบันว่าเป็น “สว.ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน”

นายพิสิษฐ์ ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างความเสียหายต่อวุฒิสภา เพราะตามรัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่า สว. ต้องไม่อยู่ภายใต้อาณัติของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือพรรคการเมืองใด พร้อมยืนยันว่า สว. ไม่ได้อยู่ภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” และไม่เคยใช้อำนาจอย่างบิดเบือนหรือฉ้อฉลตามที่ถูกกล่าวหา

 

ขีดเส้น"ณัฐพงษ์"ขอโทษใน 3 วัน

พร้อมกันนี้ กลุ่ม สว. เรียกร้องให้ นายณัฐพงษ์ ยุติการ “ยุยง ปลุกปั่น และบ่อนทำลาย” การทำหน้าที่ของวุฒิสภา รวมถึงให้ออกแถลงการณ์ขอโทษภายใน 3 วัน หากไม่ดำเนินการ จะมีการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงข้อหาหมิ่นประมาท

นายพิสิษฐ์ กล่าวยืนยันว่า สว.ทุกคนมีที่มาตามรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย อีกทั้งที่ผ่านมา สว. บางรายยังเคยถูกตรวจสอบและถอดถอนจากตำแหน่ง จึงไม่เป็นความจริงที่กล่าวหาว่าประชาชนไม่สามารถตรวจสอบ หรือ ถอดถอน สว. ได้

 

“การกล่าวหาว่าองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และ สว. ไม่สามารถตรวจสอบได้ เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงด้วยเจตนาให้ร้าย” นายพิสิษฐ์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายณัฐพงษ์ ไม่ขอโทษภายในกรอบเวลา จะส่งผลต่อการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาชนเสนอหรือไม่ นายพิสิษฐ์ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน และ สว. พร้อมทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน

อย่าใส่ร้ายป้ายสี สว.

อย่างไรก็ตาม นายพิสิษฐ์ ตั้งข้อสังเกตกลับไปยังพรรคประชาชนว่า หากต้องการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จจริง เหตุใดจึงเลือกโจมตี สว. อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 กำหนดชัดว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องได้รับเสียงเห็นชอบจาก สว. อย่างน้อย 1 ใน 3

“หากอยากให้การแก้รัฐธรรมนูญผ่านจริง ก็ควรสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่ใส่ร้ายป้ายสี สว.” นายพิสิษฐ์กล่าว 

ส่วนกรณีที่ถูกถามว่าท่าทีของ นายณัฐพงษ์ จะมีผลต่อการร่วมมือของ สว. หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีคำว่า “ร่วมมือ” เพราะ สว. เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเช่นเดียวกับ สส. ทุกการตัดสินใจขึ้นอยู่กับว่า เรื่องนั้นเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนหรือไม่

สำหรับประเด็นผลประชามติที่มีประชาชนกว่า 21.6 ล้านเสียง เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายพิสิษฐ์ ระบุว่า ยังต้องมีการทำประชามติอีก 2 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่ 2 ซึ่งขึ้นอยู่กับกรอบเนื้อหาที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จะจัดทำขึ้น จึงยังไม่ต้องการแสดงความเห็นในเวลานี้

แก้รธน.ต้องคงใช้เสียง สว. 1 ใน 3 

เมื่อถามถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ ซึ่งมีเนื้อหาปรับลดจำนวนเสียง สว. ที่ต้องเห็นชอบจาก 1 ใน 3 เหลือ 1 ใน 4 นายพิสิษฐ์ยืนยันว่า ส่วนตัวยังคงเห็นด้วยกับหลักการเดิม คือ ต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

พร้อมย้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่แตะหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ และมาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ

ส่วนกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนที่เคยถูกตีตกไปก่อนหน้านี้ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า หากจะนำกลับมายื่นใหม่ ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมดในวาระแรก ไม่สามารถอ้างอิงผลการพิจารณาเดิมได้ เพราะร่างเดิมถือว่าสิ้นสุดไปแล้ว

เมื่อถูกถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า การลงมติของ สว. หลายครั้งสอดคล้องกับพรรคภูมิใจไทย นายพิสิษฐ์ ยืนยันว่า การโหวตของ สว. เป็นไปตามวิจารณญาณของแต่ละบุคคล และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่สามารถตีความได้ว่า สว.อยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง