thansettakij
thansettakij
ตั้งกมธ.สอบประวัติ “จักรพงศ์" ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน.

ตั้งกมธ.สอบประวัติ “จักรพงศ์" ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน.

05 พ.ค. 69 | 07:56 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ค. 69 | 08:08 น.

มติวุฒิสภาตั้ง กมธ. 15 คน ตรวจสอบประวัติ “จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช” หลังถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคน ขีดเส้นภายใน 60 วัน

KEY

POINTS

  • วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการ 15 คน เพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และจริยธรรมของ ศ.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
  • คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวได้รับกรอบเวลาในการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
  • มีการตั้งข้อสังเกตจาก ส.ว. ถึงกระบวนการสรรหาที่มติไม่เป็นเอกฉันท์ (6 ต่อ 2 เสียง) และเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส

วันที่ 5 พฤษภาคม ที่รัฐสภา การประชุมวุฒิสภาซึ่งมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธาน ได้มีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ (กมธ.) จำนวน 15 คน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และจริยธรรมของ ศ.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดกรอบการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

รายชื่อกรรมาธิการประกอบด้วยบุคคลจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ  นายกมล รอดคล้าย นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร พล.ต.ต.ฉัตรวรรณ แสงเพชร นายชีวะภาพ ชีวะธรรม พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย นายธวัช สุระบาล และนายกัมพล สุภาเพ่ง

อย่างไรก็ตาม นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ได้ตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่มีตัวแทนจากคณะกรรมาธิการด้านการพัฒนาการเมืองและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงผลการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา ที่มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 2 เสียง โดยมี 2 เสียงเห็นว่าคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

นายเทวฤทธิ์ ยังเสนอให้มีการเปิดเผยรายงานการตรวจสอบให้มากกว่าที่ผ่านมา เพื่อให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้ และลดข้อสงสัยต่อกระบวนการพิจารณา

ด้าน นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ชี้แจงว่า การคัดเลือกกรรมาธิการเป็นไปตามลำดับ ไม่สามารถตอบโจทย์ทุกฝ่ายได้ทั้งหมด พร้อมยืนยันว่ากระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เร่งรัด โดยดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 และมีการขยายระยะเวลารับสมัคร รวมถึงพิจารณาข้อร้องเรียนอย่างรอบคอบก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม