thansettakij
thansettakij
เปิด 8 ระเบียบสำนักนายกฯ ครม.มีมติสั่งโละทิ้ง เก่าสุดใช้มาตั้งแต่ปี 2521

เปิด 8 ระเบียบสำนักนายกฯ ครม.มีมติสั่งโละทิ้ง เก่าสุดใช้มาตั้งแต่ปี 2521

05 พ.ค. 69 | 06:50 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ค. 69 | 07:36 น.

ครม. มีมติเห็นชอบ "ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี" รวม 8 ฉบับ พบบางฉบับใช้มาตั้งแต่ปี 2521 เพราะ "ซ้ำซ้อน-หมดความจำเป็น" หวังลดภาระงบประมาณแผ่นดินและเพิ่มความคล่องตัวในการบริการประชาชน สอดรับกับนโยบายปฏิรูปกฎหมายให้ทันยุคสมัยตามรธน.มาตรา 77

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ล้าสมัยรวม 8 ฉบับ โดยฉบับที่เก่าที่สุดคือระเบียบว่าด้วยการเร่งรัดการปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2521
  • เหตุผลหลักในการยกเลิกคือระเบียบส่วนใหญ่มีเนื้อหาและภารกิจที่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายหรือหน่วยงานอื่นที่มีอยู่แล้ว หรือได้บรรลุวัตถุประสงค์ไปแล้ว
  • การยกเลิกระเบียบทั้ง 8 ฉบับเป็นไปตามนโยบายปฏิรูปกฎหมายของรัฐบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐและลดภาระงบประมาณแผ่นดิน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัยซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย โดยทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายลำดับรองที่กำหนดกระบวนงานและขั้นตอนต่าง ๆ โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ถูก "ยกเลิก" จำนวน 8 ฉบับ มีดังนี้ 

1. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเร่งรัดการปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2521 

เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มีคณะกรรมการเร่งรัดการปฏิบัติราชการ (ครป.) มีอำนาจหน้าที่เร่งรัดการปฏิบัติการที่เกี่ยวกับประชาชน ส่วนราชการอื่นหรือรัฐวิสาหกิจและภายในส่วนราชการ

เหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ ไม่มีความจำเป็นและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและมีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐไว้ครอบคลุมแล้ว เช่น การอนุญาตการรับจดทะเบียน การวินิจฉัยอุทธรณ์ เป็นต้น 

2. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ พ.ศ. 2539  และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี "คณะกรรมการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ" (กศร.) และ "สำนักงานคณะกรรมการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ" (สศร.) ภายใต้สังกัด สศช. เพื่อทำหน้าที่พิจารณาการจัดตั้งศูนย์ราชการทั้งในระดับชาติ ระดับจังหวัดและโครงการเฉพาะ  

เหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ การจัดระบบศูนย์ราชการบรรลุผลตามเป้าหมายแล้ว ประกอบกับ มติ ครม. (25 ต.ค 2564) เห็นชอบให้ยกเลิกระเบียบนี้ โดยมอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทย รับช่วงต่อในการดูแล โดยปรับรูปแบบเป็นคำสั่งหรือประกาศในระดับกระทรวงแทน

3. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มีคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ (กอช.) และสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ในสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) 

เหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ มีความซ้ำซ้อนกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งหน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ในการเสนอแนะนโยบาย วางแนวทางประสานงาน และผลักดันแผนแม่บทวัฒนธรรมของชาติอยู่แล้ว

4. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี "คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน" (ปจช.) และ สำนักงานโฉนดชุมชน ภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) โดยทำหน้าที่ ประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ เจ้าของที่ดิน และชุมชน เพื่อให้ประชาชนที่รวมตัวกันเป็นชุมชนมีสิทธิ์ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ

เหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ มีความซ้ำซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีกฎหมายรองรับที่ชัดเจนกว่า คือ พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดมาตรการและแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินไว้อย่างเป็นธรรมอยู่แล้ว

5. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

 เดิมระเบียบดังกล่าวกำหนดให้มี "คณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.)" ทำหน้ากำหนดนโยบายและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญา

เหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ มีความซ้ำซ้อนกับภารกิจของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่

  • พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

รวมทั้งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวด้วยแล้ว

6. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม พ.ศ. 2564

เดิมระเบียบดังกล่าวกำหนดให้มี "คณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์คนนิรนามและศพนิรนาม" (ค.พ.ศ.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของ ค.พ.ศ. มีหน้าจัดทำนโยบาย แผนแม่บท และแผนปฏิบัติการระดับชาติเกี่ยวกับการติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ

เหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ มีความซ้ำซ้อนกับบทบาทหน้าที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการฯ พ.ศ. 2561 ซึ่งกลไกที่มีอยู่ครอบคลุมอยู่แล้ว

7. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน พ.ศ. 2547

เดิมระเบียบดังกล่าวกำหนดให้มี "คณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน" (กบพร.) และ "สำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน" (สพธ.) ใน สศช.

เหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และบรรลุผลตามเป้าหมายแล้ว

8. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พ.ศ. 2545

เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี "คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" (กพข.) และ "สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" (สพข.) ใน สศช.  ทำหน้าที่ในการกำหนดกรอบ ทิศทาง และยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ มีความซ้ำซ้อน กับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตาม พ.ร.บ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2560

"การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี 8 ฉบับ เพื่อปฏิรูปกฎหมายให้มีความทันสมัยและลดความซ้ำซ้อนซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการและลดภาระงบประมาณแผ่นดินโดยเน้นการคงไว้ซึ่งระบบคณะกรรมการเพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการในมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฯ" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ