thansettakij
thansettakij
‘อนุทิน’ ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้า ครม. 5 พ.ค. ลั่น ‘พูดแล้วทำ’

‘อนุทิน’ ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้า ครม. 5 พ.ค. ลั่น ‘พูดแล้วทำ’

04 พ.ค. 69 | 11:18 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ค. 69 | 11:21 น.

‘อนุทิน’ เผยพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้า ครม. 5 พ.ค.นี้ ‘คลัง’ ชี้ทยอยกู้ตามความจำเป็น ไม่กระทบเพดานหนี้สาธารณะ 70%

ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการประชุม ส.ส. ประจำสัปดาห์ว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการหารือร่วมระหว่าง ส.ส. และคณะรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค เพื่อสร้างความเข้าใจและทิศทางเดียวกันในการขับเคลื่อนนโยบาย 

ทั้งในส่วนที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และวาระสำคัญในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 พฤษภาคมนี้ โดยระบุว่าเป็นกระบวนการตามปกติของพรรค

สำหรับประเด็นสำคัญที่ถูกจับตา คือ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลางนั้น นายอนุทินยืนยันชัดเจนว่า จะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันที่ 5 พฤษภาคมนี้ 

โดยกล่าวสั้น ๆ ว่า “เข้าครับ ก็เราพูดแล้วทำ” 

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ถามถึงผลสำรวจความนิยมทางการเมืองล่าสุดของ สวนดุสิตโพล ซึ่งระบุว่า นายอนุทินมีคะแนนนิยมโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง เจ้าตัวไม่ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม โดยเพียงยิ้ม พร้อมยกมือไหว้เหนือศีรษะและกล่าวว่า “สาธุ” ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุม ครม. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยยึด “ความจำเป็นเร่งด่วน–งบไม่พอ–รักษาวินัยการคลัง” เป็นหลักการสำคัญ เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง

แหล่งข่าวระบุว่า รัฐได้ประเมินแหล่งเงินทุกช่องทางแล้ว ทั้งงบปี 2569 งบกลาง เงินสำรองฉุกเฉิน และกรอบงบปี 2570 แต่ยังไม่เพียงพอ จึงต้องใช้เครื่องมือกู้เงินเพิ่มเติมในรูปแบบ พ.ร.ก. ซึ่งเปิดทางให้ดำเนินการได้รวดเร็ว

แนวทางกู้จะเน้นกู้ในประเทศ และทยอยกู้ตามความจำเป็นของโครงการ คล้ายช่วงโควิด-19 เพื่อควบคุมต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นการใช้เงิน

ด้านวินัยการคลัง รัฐบาลยืนยันไม่กระทบเพดานหนี้สาธารณะ 70% โดยปัจจุบันอยู่ที่ 66.38% ของ GDP แม้กู้เพิ่ม หนี้จะขยับเข้าใกล้เพดาน แต่ยังอยู่ในกรอบ

ทั้งนี้ หลัง ครม. เห็นชอบ จะตั้งคณะกรรมการคัดกรองโครงการ เพื่อกลั่นกรองการใช้เงินกู้ให้คุ้มค่า พร้อมเตรียมชี้แจงต่อรัฐสภาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป