thansettakij
thansettakij
'อนุทิน' ขอบคุณรัฐสภา ลั่นนโยบาย 23 ข้อ จะผลักดันตลอดเทอมรัฐบาล 4 ปี

'อนุทิน' ขอบคุณรัฐสภา ลั่นนโยบาย 23 ข้อ จะผลักดันตลอดเทอมรัฐบาล 4 ปี

10 เม.ย. 69 | 15:20 น.
อัปเดตล่าสุด :10 เม.ย. 69 | 15:52 น.

"นายกฯอนุทิน" แถลงปิดจบนโยบายรัฐบาล 2 วันเต็ม ยันบริหารงานสไตล์เอกชน ใช้คนให้ตรงงานเพื่อผลลัพธ์สูงสุด ลั่น ครม. ต้องเก่งจริงไม่งั้นอยู่ยาก โต้ปมโยนงาน-สร้างภาพ ลั่น ทุ่มเททุกสรรพกำลังเพื่อทำให้ประเทศไทยแข็งแรง มั่นคง

KEY

POINTS

  • นายกฯ อนุทิน กล่าวปิดการแถลงนโยบายรัฐบาล โดยให้คำมั่นว่าจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อทำให้ประเทศไทยแข็งแรงและมั่นคง
  • ยืนยันจะบริหารงานอย่างมืออาชีพโดยนำประสบการณ์จากภาคเอกชนมาปรับใช้ เน้นการใช้คนให้ถูกกับงานและวัดผลจากผลงานเป็นหลัก
  • ตอบโต้ข้อวิจารณ์ของฝ่ายค้าน โดยชี้แจงว่าเป็นคนทำงานเชิงรุกที่ลงพื้นที่จริง ไม่ใช่การสร้างภาพ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย
  • รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นและจะนำข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตลอดวาระ 4 ปี

วันที่ 10 เม.ย. 69 เวลา 22.10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถ้อยแถลงสรุปปิดท้ายการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ณ รัฐสภา หลังจากผ่านการอภิปรายอย่างเข้มข้นตลอด 2 วันเต็ม โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยและวิสัยทัศน์การบริหารงานเป็นเวลา 10 นาที 

'อนุทิน' ขอบคุณรัฐสภา ลั่นนโยบาย 23 ข้อ จะผลักดันตลอดเทอมรัฐบาล 4 ปี

น้อมรับทุกความเห็น เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือประชาชน

นายกรัฐมนตรีเริ่มต้นด้วยการขอบคุณประธานรัฐสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ร่วมกันทำหน้าที่อภิปราย ให้ข้อเสนอแนะ และแสดงความห่วงใย โดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกเสียงสะท้อน และจะนำสาระที่เป็นความจริงไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บ้านเมือง

"ผมยืนยันได้เลยว่า ทุกถ้อยคำของท่าน คณะรัฐมนตรีทุกคนได้รับฟังและรับทราบ และเรายินดีที่จะนำไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ นโยบายหลักทั้ง 23 ข้อที่แถลงไว้ จะต้องถูกผลักดันอย่างมีประสิทธิภาพตลอดเทอมของรัฐบาล 4 ปีนี้" นายอนุทินกล่าวด้วยความมั่นใจ

'อนุทิน' ขอบคุณรัฐสภา ลั่นนโยบาย 23 ข้อ จะผลักดันตลอดเทอมรัฐบาล 4 ปี

ยันบริหารงานแบบมืออาชีพ "ใช้คนเก่ง-เน้นผลงาน"

ในส่วนของข้อกล่าวหาเรื่องการบริหารงานไม่เป็นหรือชอบโยนงานนั้น นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงอย่างดุดันว่า ตนนำประสบการณ์จากการบริหารภาคเอกชนมาปรับใช้ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการบริหารทรัพยากรบุคคล
 

"ผมสั่งงานเป็น เพราะผมรู้ว่าคนไหนเก่งตรงไหน มีความสามารถอะไรที่จะนำผลงานมาส่งมอบให้ผมตามเป้าหมายได้ เวลาผมมอบหมายงานใคร ผมไม่ได้เลือกจากความชอบพอส่วนตัว แต่ผมเลือกเพราะมั่นใจว่าเขาทำได้ และที่สำคัญ... ถ้ารัฐมนตรีหรือรองนายกฯ คนไหนกลับมาด้วยความล้มเหลว เมื่อรายงานเสร็จเขาก็รู้ตัวว่าต้องไปเก็บของ เพื่อให้คนที่มีความสามารถมากกว่าเข้ามาทำหน้าที่แทน" นายกฯ กล่าว

นอกจากนี้ ยังชี้แจงถึงการทำงานแบบ "คลัสเตอร์" ว่าเป็นการมอบหมายอำนาจเต็มให้แก่รองนายกรัฐมนตรีในแต่ละสายงาน เช่น กระทรวงในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่มี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ดูแลอยู่นั้น ก็เป็นการบริหารจัดการตามอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน ไม่ใช่การโยนภาระ

'อนุทิน' ขอบคุณรัฐสภา ลั่นนโยบาย 23 ข้อ จะผลักดันตลอดเทอมรัฐบาล 4 ปี

ตอกกลับฝ่ายค้าน "ลุยจริง-ไม่สร้างภาพ"

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวตอบโต้สมาชิกที่วิจารณ์เรื่องการลงพื้นที่แก้ปัญหาน้ำท่วมและการทำงานในหน้างาน โดยระบุว่าตนเป็นคนทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงพื้นที่จริงเสมอ

"ผมลุยก็ลุยจริงๆ ถ้ามันน้ำไม่ท่วม ผมก็ไม่พยายามที่จะเอาชูชีพใส่แล้วกดตัวลงไปให้เห็นว่าว่ายน้ำลุยน้ำเพื่อถ่ายรูป ผมไม่ต้องสร้างภาพแบบนั้น"

นายอนุทินย้ำพร้อมยกตัวอย่างการไปตรวจแนวชายแดนที่มีกับระเบิดอยู่ข้างตัวเพียงไม่กี่เมตร เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาที่แท้จริง พร้อมฝากถึงผู้ที่วิจารณ์ว่าควร "ทำการบ้าน" ให้มากกว่านี้ก่อนจะนำข้อมูลมากล่าวหาในสภาฯ

ย้ำความสำคัญของสภาฯ และความรับผิดชอบต่อประชาชน

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการให้เกียรติฝ่ายนิติบัญญัติ โดยระบุว่าได้กำชับรัฐมนตรีทุกคนในกลุ่มไลน์ ครม. ให้ขึ้นมานั่งฟังการอภิปรายและตอบกระทู้ด้วยตนเองเพื่อเป็นการให้เกียรติสภาฯ

'อนุทิน' ขอบคุณรัฐสภา ลั่นนโยบาย 23 ข้อ จะผลักดันตลอดเทอมรัฐบาล 4 ปี

ส่วนเรื่องคดีความหรือการตรวจสอบจาก กกต. นั้น นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ยินดี แต่พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายหากมีความผิด เพราะเชื่อมั่นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้หากทำผิดจริง

"หากสิ่งที่ทำไปแล้วประชาชนยังไม่พอใจ แม้เราจะรู้สึกว่าทำถูกแล้ว แต่เราก็ต้องถือว่ายังทำได้ไม่ดีพอ ผมยินดีขอโทษและนำไปปรับปรุงแก้ไข เราจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และหลังจากนี้รัฐบาลจะมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน เราจะทุ่มเททุกสรรพกำลังเพื่อทำให้ประเทศไทยแข็งแรง มั่นคง และเป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน" นายกรัฐมนตรีกล่าวปิดท้ายก่อนจบการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการ