thansettakij
thansettakij
3 กูรูสิ่งแวดล้อมชี้ทางรอด กทม. ต้องเลิกพึ่ง“หลุมฝังกลบ”ดันคัดแยกขยะ

3 กูรูสิ่งแวดล้อมชี้ทางรอด กทม. ต้องเลิกพึ่ง“หลุมฝังกลบ”ดันคัดแยกขยะ

25 พ.ค. 69 | 07:30 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 69 | 07:51 น.

เวทีประชาธิปัตย์ ระดม 3 ผู้เชี่ยวชาญ เสนอแก้ปัญหาขยะครบวงจร ดันพ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน ใช้กลไก Social Credit ปรับพฤติกรรมคนเมือง หนุนเทคโนโลยีเตาเผาควบคุมมลพิษ ลดพึ่งพาหลุมฝังกลบ

KEY

POINTS

  • ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ กทม. เลิกพึ่งพาหลุมฝังกลบ โดยหันมาจัดการขยะอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ผ่านการคัดแยกขยะเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • เสนอให้ใช้เทคโนโลยีและแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนเมือง เช่น การสร้างเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven City) และการใช้ระบบเครดิตทางสังคม (Social Credit) เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะ
  • แนะให้ใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะ ที่มีระบบควบคุมมลพิษที่ทันสมัยเป็นทางเลือกในการจัดการขยะปลายทาง แทนการฝังกลบ พร้อมผลักดันให้การกำจัดขยะเป็นบริการสาธารณะที่เน้นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน “กรุงเทพฟ้าใหม่ FORUM” ครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อ “The Last Landfill : นับถอยหลังขยะฝังกลบ สู่อนาคตกรุงเทพฯ สีเขียว” เพื่อระดมแนวคิดแก้ปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเน้นการลดปริมาณขยะฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด ผ่านการจัดการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

ภายในงานมีผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะร่วมเสวนา 3 คน ได้แก่

นายชนัมภ์ ชวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด

รศ.ดร.ตระการ ประภัสพงษา อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานฝ่ายวิชาการ สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย

นายสุธีร์ ฉุยฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี อินเวนชั่น เทคโนโลยี จำกัด

ดำเนินรายการโดย นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา

                           3 กูรูสิ่งแวดล้อมชี้ทางรอด กทม. ต้องเลิกพึ่ง“หลุมฝังกลบ”ดันคัดแยกขยะ

นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)

ขยะไม่ใช่ปัญหาแต่คือโอกาสสร้างงาน

รศ.ดร.ตระการ ประภัสพงษา กล่าวว่า แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะสามารถกำจัดขยะได้อย่างถูกต้องแล้วประมาณร้อยละ 77 แต่ปัญหาขยะและฝุ่นยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่ต้องเร่งแก้ไขในระยะยาว

โดยแนวทางสำคัญคือ การลดการใช้ทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างจริงจัง พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ชัดเจน เช่น การตั้งเป้าลดขยะพลาสติกให้ได้ 100% ภายในปี 2570 ผ่านมาตรการลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

พร้อมระบุว่า “ขยะอาหาร” เป็นอีกโจทย์สำคัญที่ต้องเริ่มจากพฤติกรรมการบริโภคที่พอดี ไม่เหลือทิ้ง และสามารถนำเศษอาหารไปต่อยอดเป็นพลังงานได้

ทั้งเสนอให้มีการคัดแยกขยะแบบ “4+1” การกำหนดกติกาในระดับท้องถิ่น และผลักดัน พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน เพื่อสร้างระบบจัดการขยะที่ยั่งยืนในระยะยาว

“เราต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า ขยะไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและการสร้างงาน” รศ.ดร.ตระการ กล่าว

                      3 กูรูสิ่งแวดล้อมชี้ทางรอด กทม. ต้องเลิกพึ่ง“หลุมฝังกลบ”ดันคัดแยกขยะ

เสนอวีธีเปลี่ยนพฤติกรรมคนเมือง

ด้าน นายชนัมภ์ ชวนิชย์ เสนอแนวคิดการเปลี่ยนระบบจัดการขยะจากรูปแบบเดิมไปสู่ “เมืองขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” หรือ Data-Driven City โดยมองว่าขยะไม่ใช่เพียงของเสีย แต่เป็นข้อมูลที่สะท้อนพฤติกรรมของผู้คนในเมือง

โดยเสนอให้มีระบบแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ตั้งแต่การเก็บข้อมูลขยะต้นทาง การจัดการระหว่างทาง ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลในปลายทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทั้งระบบ

นายชนัมภ์ ระบุว่า หากสามารถลดปริมาณขยะอาหารลงได้ร้อยละ 30 จะช่วยให้การจัดการขยะประเภทอื่นง่ายขึ้นอย่างมาก

พร้อมเสนอให้นำ “ระบบเครดิตทางสังคม” หรือ Social Credit มาใช้เป็นแรงจูงใจ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมคัดแยกขยะและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

                         3 กูรูสิ่งแวดล้อมชี้ทางรอด กทม. ต้องเลิกพึ่ง“หลุมฝังกลบ”ดันคัดแยกขยะ

หนุนเตาเผาควบคุมมลพิษลดหลุมฝังกลบ

ขณะที่ นายสุธีร์ ฉุยฉาย กล่าวถึงการจัดการขยะปลายทางว่า ในบริบทของประเทศไทยที่ยังไม่มีระบบคัดแยกขยะสมบูรณ์แบบ เทคโนโลยีเตาเผาแบบ “Stoker Grate” ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของโรงไฟฟ้าขยะไม่ใช่เพียงการเผาขยะ แต่ต้องมีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศ (Air Pollution Control) แบบครบวงจร เพื่อกรองสารพิษและสร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชนรอบพื้นที่

นายสุธีร์ ยังเสนอให้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการและซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าขยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว

พร้อมมองว่า ในอนาคตประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างแนวคิดใหม่ ให้การกำจัดขยะเป็น “บริการสาธารณะ” มากกว่าธุรกิจทั่วไป และควรปรับหลักเกณฑ์การประมูลโครงการ โดยให้แข่งขันกันที่ผลประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว เพื่อให้โครงการกำจัดขยะสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน และช่วยลดภาระขยะของเมืองในระยะยาวได้จริง