
‘ณัฐพงษ์’ อภิปรายนโยบาย ตั้งคำถาม รัฐบาล 5 คลัสเตอร์ กุมอำนาจ-ทิ้งประชาชน
‘ณัฐพงษ์’ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายนโยบายรัฐบาล ตั้งคำถาม 5 คลัสเตอร์ ค้ำบัลลังก์อำนาจ ซัด 23 นโยบายไร้เงาประชาชนในสมการ จี้หยุดระบบพวกพ้อง
บรรยากาศการประชุมรัฐสภาในวาระการแถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึง "เสถียรภาพ" ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ว่า ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประชาชน แต่เกิดจากการจัดสรรดุลอำนาจระหว่างกลุ่มอิทธิพล 5 กลุ่ม หรือ "5 คลัสเตอร์" ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งสภาบน สภาล่าง และองค์กรอิสระ
เปิดแผนผัง "5 คลัสเตอร์" ขั้วอำนาจรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า รัฐบาลชุดนี้บริหารราชการแผ่นดินโดยแบ่งสัดส่วนตามกลุ่มอำนาจ 5 กลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มมการเมืองย้ายค่าย คือบรรดา สส. จากพรรคการเมืองอื่นที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคอันดับ 1 ที่มี สส. ย้ายพรรคเข้ามามากที่สุดในสภาชุดที่ 27
2. พรรคอันดับ 2 ที่ไร้อำนาจต่อรอง โดยนายณัฐพงษ์วิจารณ์ว่า พรรคการเมืองอันดับ 2 ในพรรคร่วมรัฐบาลยอม "ขายวิญญาณ" และไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ กับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากโครงสร้างตัวเลข สส. ที่เอื้อให้พรรคแกนนำสามารถดึงพรรคฝ่ายค้านมาเสียบแทนได้ตลอดเวลาหากมีการขู่ถอนตัว
3. พรรคเล็กค้ำฐานอำนาจ บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ที่มีเสียงรวมกันประมาณ 20 กว่าเสียง ซึ่งทำหน้าที่เป็นดุลอำนาจสำคัญในการทำลายอำนาจต่อรองของพรรคอันดับ 2 ทำให้พรรคแกนนำสามารถดำเนินยุทธศาสตร์การเมืองได้อย่างอิสระ
4. ไพ่ Joker จากสภาแต่งตั้งและองค์กรอิสระ การใช้สมาชิกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและองค์กรอิสระเป็นเครื่องมือ ทั้งในการคุมเกมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาล การโจมตีฝั่งตรงข้าม และการปกป้องพวกพ้อง โดยยกตัวอย่างกรณี กกต. รับรองผลการเลือกตั้งสุพรรณบุรี เขต 2 ทั้งที่มีข้อกังขาเรื่องการนับคะแนน
5. กลุ่มอนุรักษ์ระเบียบเดิม กลุ่มคนในประเทศที่ต้องการรักษาระเบียบแบบเดิมและคอยให้ความคุ้มครองแก่กลุ่มรัฐบาล เพื่อส่งสัญญาณว่า "อยู่ข้างนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด"
สับนโยบาย 23 ข้อ "ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ"
นายณัฐพงษ์ ยังได้วิจารณ์คำแถลงนโยบายทั้ง 23 ข้อของนายกรัฐมนตรีว่า ไร้ซึ่งเจตจำนงร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล และไม่มี "วาระของประเทศ" ที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนที่ไม่ถูกบรรจุไว้ในเล่มนโยบาย
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลเลือกที่จะปกป้องกลุ่มทุนและพวกพ้องก่อนประชาชนเสมอ โดยยกตัวอย่าง "วิกฤตน้ำมัน" ที่รัฐบาลไม่กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้สะท้อนต้นทุนจริง และ "วิกฤตฝุ่น PM 2.5" ที่รัฐบาลไม่เร่งรัดกฎหมายอากาศสะอาดผ่านกลไกที่มีอยู่ในมือ แต่กลับใช้กลไกเหล่านั้นเพียงเพื่อกุมอำนาจทางการเมืองเท่านั้น
จี้รัฐบาลหยุดระบบพวกพ้อง-สร้างอนาคตใหม่
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีใช้ความกล้าหาญทางการเมืองเพื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง และยุติระบบพวกพ้องที่แสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ของประชาชน โดยย้ำว่า "พอได้แล้วกับระบบพวกพ้อง... เริ่มได้แล้วกับการเมืองของประชาชน"







