thansettakij
มติป.ป.ช.เอกฉันท์ฟันจริยธรรม 44 สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112

มติป.ป.ช.เอกฉันท์ฟันจริยธรรม 44 สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112

09 ก.พ. 2569 | 08:31 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 2569 | 09:26 น.

มติป.ป.ช.ชุดใหญ่เอกฉันท์ชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรง อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล เสนอแก้ ม.112 หลังถกลับยาวทั้งวัน รายละเอียดรอแถลงทางการ

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิด 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
  • ป.ป.ช. ชี้ว่าการกระทำของ สส. ทั้ง 44 คน เข้าข่ายเป็นการละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  • ขั้นตอนต่อไป ป.ป.ช. จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด
  • หากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ามีความผิด อาจนำไปสู่โทษตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ซึ่งมีการประชุมต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เพื่อพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน กรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

ล่าสุด มีรายงานยืนยันว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ ชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ในความผิดฐานละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดของมติ รวมถึงขั้นตอนทางกฎหมายหลังจากนี้ จะมีการแจ้งเพิ่มเติมผ่านการแถลงข่าว หรือเอกสารข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า การประชุม ป.ป.ช.ในวันนี้ เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีวาระสำคัญ 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 

วาระพิจารณากรณี นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหาคดีสินบนทองคำ และมีการร้องคัดค้านไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่

วาระพิจารณาคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งถูกเสนอเข้าที่ประชุมในฐานะ “วาระลับ” ทำให้การประชุมต้องเป็นการประชุมลับ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ 

                         มติป.ป.ช.เอกฉันท์ฟันจริยธรรม 44 สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112

แหล่งข่าวระบุว่า วาระเกี่ยวกับอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ได้มีการหยิบยกขึ้นมาหารือในช่วงเช้าแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ทันที เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับวาระแรก เรื่องการร้องคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง จึงต้องพิจารณาผลกระทบด้านองค์ประชุมและกระบวนการลงมติควบคู่กัน ก่อนจะมีการหารือต่อในช่วงบ่าย

เดิมมีการประเมินแนวทางความเป็นไปได้ของมติไว้ 2 ทาง คือ

หนึ่ง ลงมติชี้ขาดทั้ง 2 วาระในวันเดียวกัน 

หรือสอง เลื่อนการตัดสินใจออกไป และตั้งคณะทำงานชุดเล็กเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพิ่มเติม 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูง แหล่งข่าวระบุว่า ที่ประชุมให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคก้าวไกล เป็น “ฐานทางกฎหมาย” อยู่แล้ว ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ครบถ้วนรอบด้าน

ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณาปัจจัยด้านจังหวะเวลา เนื่องจากการลงมติของ ป.ป.ช.เกิดขึ้นในช่วงหลังการเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองโดยรวม จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง 

ทั้งนี้ หากเป็นไปตามมติเอกฉันท์ที่มีการรายงานออกมา ขั้นตอนถัดไปคือ ป.ป.ช.จะต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัย ซึ่งหากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหา อาจนำไปสู่โทษ ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ตามที่กฎหมายกำหนด