thansettakij
thansettakij
นายกฯ  เผย "ครม.ใหม่" เตรียมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย.นี้

นายกฯ เผย "ครม.ใหม่" เตรียมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย.นี้

31 มี.ค. 69 | 06:27 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 69 | 09:36 น.

นายกฯ อนุทิน ระบุเป็นพระมหากรุณาธิคุณ หลังโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ชุดใหม่ คาดเข้าเฝ้าถวายสัตย์ 6 เม.ย. พร้อมเผยร่างนโยบายรัฐบาลใกล้เสร็จ เตรียมส่งพรรคร่วม-เข้าสภา

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรีเผยว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่คาดว่าจะได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 6 เมษายนนี้ โดยรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
  • ภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณ จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกทันที เพื่อเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
  • ร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยรวบรวมข้อเสนอจากพรรคร่วมรัฐบาลและทุกภาคส่วน

วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง โดยยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อรับใช้ประชาชน

ในส่วนของกำหนดการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ได้รับการประสานอย่างไม่เป็นทางการจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว่าคาดว่าจะเป็นวันที่ 6 เมษายน 2569 นี้ อย่างไรก็ตาม วันและเวลาที่ชัดเจนยังต้องรอการแจ้งอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวัง โดยคณะรัฐมนตรีทุกคนได้รับแจ้งให้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า

นายอนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า ภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว จะมีการเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีทันที และจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อเริ่มต้นการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ

ในส่วนของการจัดทำร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นายกรัฐมนตรี เผยว่า ขณะนี้เนื้อหาสาระสำคัญจัดทำใกล้แล้วเสร็จ เหลือเวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ในการปรับปรุงให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยได้รวบรวมข้อเสนอจากทุกภาคส่วน รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคเพื่อไทย และ พรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ ระหว่างการจัดทำร่างนโยบาย ได้มีการหารือร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลมาแล้ว และเตรียมส่งร่างดังกล่าวให้แต่ละพรรคพิจารณา หากไม่มีการแก้ไขในสาระสำคัญ จะดำเนินการส่งเข้าสู่ รัฐสภา เพื่อให้สมาชิกใช้ประกอบการศึกษาและเตรียมอภิปราย

นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่า การอภิปรายในรัฐสภาจะไม่ใช่เพียงการวิพากษ์วิจารณ์ แต่จะมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับฟังและนำไปปรับใช้ โดยย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของประชาชน

สำหรับสาระสำคัญของนโยบายเพิ่มเติมจากช่วงหาเสียง นายอนุทิน ระบุว่า จะให้ความสำคัญกับประเด็นพลังงาน สิ่งแวดล้อม การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญต่อการยกระดับความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยเฉพาะเป้าหมายในการเข้าร่วม องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา เพื่อแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการบริหารประเทศ