
รับมือวิกฤตพลังงาน ประกาศให้ สส.แต่งกาย ใส่เชิ้ต ผ้าไทย ไม่ต้องสูท
ประธานสภาฯ เซ็นประกาศกำหนดเครื่องแต่งกาย สส. ให้สวมเสื้อเชิ้ตสีสุภาพ หรือ ชุดผ้าไทย ผูกเนกไท ไม่ต้องสวมสูท รับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐ
KEY
POINTS
- ประธานสภาฯ ออกประกาศแนวทางการแต่งกายของ สส. เป็นการชั่วคราว เพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน
- สส. สามารถสวมชุดผ้าไทย หรือ เสื้อเชิ้ต โดยไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อสูทเข้าประชุม
- มาตรการนี้สอดคล้องกับการประหยัดพลังงานในอาคารรัฐสภา ซึ่งมีการปรับเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ
วันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามในคำสั่งประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง “การแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร” เพื่อกำหนดแนวทางการแต่งกายของ สส. ในช่วงสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ประกาศดังกล่าวระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านพลังงานและเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบและลดภาระด้านพลังงานของประเทศ สภาผู้แทนราษฎร จึงดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานภายในอาคารรัฐสภาอย่างเข้มข้น โดยได้ปรับเพิ่มอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศภายในอาคารให้สูงขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการดังกล่าว ประธานสภาฯ จึงมีคำสั่งกำหนดแนวทางการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาฯ เป็นการชั่วคราว
แนวทางการแต่งกายใหม่ของ สส.
ตามประกาศกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถแต่งกายดังนี้
สวม ชุดผ้าไทย หรือ เสื้อเชิ้ตสีสุภาพ
ผูกเนกไท
สวม กางเกงขายาวสีสุภาพ หรือ กระโปรงสีสุภาพ
ไม่จำเป็นต้องสวมสูท ในการเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎร
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมาย เพื่อช่วยให้สมาชิกสามารถปรับตัวกับอุณหภูมิภายในอาคารที่มีการปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการประหยัดพลังงาน
ใช้ชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์พลังงานคลี่คลาย
ประกาศฉบับนี้ยังระบุว่า การกำหนดการแต่งกายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ด้านพลังงานและผลกระทบจากความขัดแย้งในต่างประเทศจะคลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ การออกประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ยังไม่มีระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม ข้อ 181 วรรคสอง แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 โดยประธานสภาฯ อาศัยอำนาจตาม ข้อ 9 (2) และ (3) ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ในการกำหนดแนวทางดังกล่าว






