thansettakij
thansettakij
น้ำมันพุ่ง คนไทยต้องรอด แชร์เทคนิคประหยัดน้ำมันปี 2569

น้ำมันพุ่ง คนไทยต้องรอด แชร์เทคนิคประหยัดน้ำมันปี 2569

26 มี.ค. 69 | 06:25 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มี.ค. 69 | 06:38 น.

จากราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนการเดินทางสูงขึ้น คนไทยต้องปรับตัว ฐานยานยนต์ แนะนำเทคนิคขับรถประหยัดที่ใช้ได้จริง อัพเดตปี 2569

จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูง ดีเซลเฉียด 33 บาท/ลิตร และเบนซินแก็สโซฮอล์ 95 ขยับไปกว่า 41 บาท/ลิตร (วันที่ 26 มี.ค.) แม้ผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด หรือ อีวี อาจจะหายใจได้โล่งกว่ากลุ่มผู้ใช้รถ ICE ในการควบคุมต้นทุนต่อหน่วยการเดินทาง แต่นี่เป็นยุคที่รัฐบาลพยายามเฉลี่ยความทุกข์ถ้วนหน้า ประชาชนต้องดูแลตนเองเหมือนกันหมด

“ฐานยานยนต์” แนะนำเทคนิคการใช้-การขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมันจากง่ายไปยาก (บทความแบบนี้มีทุกครั้งเมื่อราคาน้ำมันสูง) ซึ่งบทความนี้อาจจะตรงกับกลุ่มรถยนต์นั่งที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก

  • ตรวจเช็กลมยางและเติมลมยางที่เหมาะสม หรือเติมให้แข็งอีกนิดจะช่วยลดการต้านทานการหมุนของล้อ เพียงแต่คุณต้องรู้สึกว่ายังสามารถควบคุมรถได้ โดยเฉพาะระยะเบรก แน่นอนว่าสภาพยางต้องอยู่ในสภาพดี
  • รถต้องไม่แบกน้ำหนักมากเกินไป เช็คเบาะหลัง ฝากระโปรงท้าย สิ่งของอะไรไม่จำเป็น เอาออกจากรถไปก่อน โดยการบรรทุกสิ่งของหรือคน เพิ่มขึ้นทุกๆ 48 กิโลกรัม จะเพิ่มอัตราการกินนํ้ามัน 2%
  • ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ กรองอากาศ น้ำมันเครื่อง สายพาน ระบบแอร์ หรือสะดวกก็เข้าศูนย์บริการมาตรฐานของค่ายรถ ฟาสต์ฟิต หรืออู่แถวบ้าน 
  • วางแผนการเดินทางให้ดี อย่าให้หลง เลือกเส้นทางรถติดน้อย หรือถ้าไหวก็เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

ในส่วนการขับขี่ ต้องเดินคันเร่งให้นุ่มนวล ไม่ออกตัวกระชากรุนแรง คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าในการชะลอเบรก ถ้าเป็นไปได้ในการขับแบบครูสซิ่งรักษาให้รอบเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 รอบต่อนาที ขณะเดียวกันมีรายงานว่าการขับรถความเร็วประมาณ 90 กม./ชม. แทน 100-120 กม./ชม. จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ 15 %