thansettakij
thansettakij
เจาะลึกเส้นทาง 'ปกรณ์ นิลประพันธ์' ศิษย์เอก 2 ปรมาจารย์กฎหมาย

เจาะลึกเส้นทาง 'ปกรณ์ นิลประพันธ์' ศิษย์เอก 2 ปรมาจารย์กฎหมาย

23 มี.ค. 69 | 06:28 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มี.ค. 69 | 07:05 น.

เปิดประวัติและมุมมองกฎหมายของ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” ที่มีกระแสข่าวนั่งรองนายกฯด้านกฎหมายใน “ครม.อนุทิน 2” แทน “บวรศักดิ์” ชูจุดแข็งศิษย์ก้นกุฏิสายตรง “มีชัย-วิษณุ” พร้อมยึดหลักกฎหมายแม่นยำ ล่าสุดชี้ชัดปม “เขากระโดง” ต้องยึดคำพิพากษาศาลเป็นหลักและเร่งจบปัญหาด้วยการเจรจา

KEY

POINTS

  • ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีกระแสข่าวที่จะเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายในครม.อนุทิน 2 
  • เป็นที่รู้จักในฐานะ "ศิษย์เอก" ที่ทำงานใกล้ชิดกับสองปรมาจารย์กฎหมายของไทย คือ มีชัย ฤชุพันธุ์ และ วิษณุ เครืองาม
  • มีประวัติและประสบการณ์ที่โดดเด่น โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรระดับชาติหลายแห่ง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย, ก.ล.ต., PTTGC และ AOT

ในนาทีที่โผคณะรัฐมนตรี “อนุทิน 2” กำลังงวดเข้ามาทุกขณะ มีกระแสข่าวที่สอดรับกัน กับการตัดสินใจไม่ไปต่อของ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มือกฎหมายระดับพรีเมียม ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับการจัดทัพครั้งนี้ไม่น้อย

แต่ในกระแสข่าวนั้น มีชื่อของ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนปัจจุบัน กลับพุ่งทะยานขึ้นมาเป็นตัวเลือก ที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาสานต่อภารกิจรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย

โดยล่าสุดมีรายงานว่าปกรณ์ได้ยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดีเอ็นเอ “ศิษย์มีครู”: จุดตัดของ 3 เสาหลักกฎหมายไทย

ความน่าสนใจในตัวของนายปกรณ์ไม่ใช่เพียงโพรไฟล์ระดับ “เอลิสต์ (A-list)” จากธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยซิดนีย์เท่านั้น แต่เขาคือบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดในฐานะ “ศิษย์ก้นกุฏิ” ของ 2 ปรมาจารย์ผู้มีอิทธิพลต่อโครงสร้างกฎหมายไทย

ปกรณ์คือทายาททางวิชาการที่ทำงานใกล้ชิดกับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีมือกฎหมายหลายรัฐบาล

ขณะเดียวกัน เขายังมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในฐานะรุ่นน้องและเพื่อนร่วมงานที่ ดร.บวรศักดิ์ พร้อมส่งไม้ต่อให้ดูแลงานสำคัญของบ้านเมือง

การเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างปรมาจารย์ทั้งสาม ทำให้เขามีความพร้อมทั้งในแง่ของ “หลักการ” และ “ศิลปะทางการเมือง” ที่หาตัวจับยาก

“Better Regulation for Better Life” กฎหมายที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

ตลอดระยะเวลาการทำงาน นายปกรณ์ยึดถือวิสัยทัศน์ “Better Regulation for Better Life” มาโดยตลอด เขาคือหัวหอกสำคัญในการผลักดันให้กฎหมายไทยไม่เป็น “โซ่ตรวน” ที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ

เน้นการสร้างระบบนิเวศทางกฎหมาย (Ecosystem) ที่ทันสมัย นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อปิดช่องโหว่การคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน

ในวัย 58 ปี ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการเป็นกรรมการในองค์กรระดับชาติมากมาย ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย, ก.ล.ต. และบริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่อย่าง PTTGC และ AOT. วันนี้ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” จึงไม่ใช่เพียงแค่ตัวแทนของใคร แต่คือขุนพลกฎหมายที่ครบเครื่องที่สุด พร้อมที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนรัฐบาล “อนุทิน 2” ให้ก้าวข้ามความขัดแย้งและอุปสรรคทางกฎหมายไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริง.

จุดยืนปม “เขากระโดง”: ยึดคำพิพากษาศาลคือที่สุด

บทพิสูจน์ความเฉียบคมที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา คือกรณีความขัดแย้งที่ดิน “เขากระโดง” จังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการกฤษฎีกา นายปกรณ์ได้แสดงทัศนะที่ยืนหยัดบนความถูกต้องไว้อย่างน่าสนใจว่า “โดยหลักการต้องยึดตามคำพิพากษาของศาลปกครอง” เป็นสำคัญ

เขาไม่ได้มองเพียงแค่ตัวบทกฎหมายที่แห้งแล้ง แต่พยายามเสนอทางออกที่สร้างสรรค์โดยย้ำว่าหน่วยงานอย่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมที่ดิน ควร “จับเข่าคุยกัน” เพื่อลดปัญหาการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน

นายปกรณ์มองกรณีนี้ว่า “ที่หลวงก็คือที่หลวง ที่เอกชนก็คือที่เอกชน” และหากพิสูจน์สิทธิ์ได้ชัดเจนก็ควรดำเนินการตามกติกา เช่น การให้เช่าในราคาถูกสำหรับประชาชนที่อยู่มานาน ซึ่งเป็นโมเดลที่เคยใช้มาแล้วในที่ราชพัสดุ

ประวัตินายปกรณ์ นิลประพันธ์ 

การศึกษาและหลักสูตรอบรม

  • นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • Master of Laws (Trade Practices Law) จาก University of Sydney ประเทศออสเตรเลีย
  • Certificate in Public Sector Management and Organizational Change จาก Australian National University ประเทศออสเตรเลีย
  • หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 64
  • หลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส. 1) รุ่นที่ 64 โดยได้รับรางวัลรายงานการศึกษาส่วนบุคคลดีเด่น

เส้นทางการทำงาน

  • ตำแหน่งปัจจุบัน: เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาและกรรมการกฤษฎีกา (ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 2563)
  • อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) (พ.ศ. 2561-2563)
  • อดีตผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. (พ.ศ. 2561-2563) ซึ่งรับผิดชอบด้านการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง
  • อดีตรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (พ.ศ. 2559)
  • ประสบการณ์อื่นๆ ในกฤษฎีกา: เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการกฤษฎีกา, กรรมการร่างกฎหมายประจำ, และผู้อำนวยการสำนักกฎหมายต่างประเทศ
  • ประธานกรรมการ และประธานกรรมการอิสระ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC)
  • กรรมการอิสระ/ประธานกรรมการธรรมาภิบาล บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT)
  • กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และกรรมการในคณะกรรมการ ก.ล.ต.

ในด้านทรัพย์สิน จากการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อกลางปี 2567 นายปกรณ์และคู่สมรสมีทรัพย์สินรวมกันประมาณ 43.7 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน