thansettakij
thansettakij
“สุวัจน์”ชี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำ-หนี้พุ่ง แนะรัฐ-เอกชนร่วมรับ 4 เมกะเทรนด์โลก

“สุวัจน์”ชี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำ-หนี้พุ่ง แนะรัฐ-เอกชนร่วมรับ 4 เมกะเทรนด์โลก

15 ส.ค. 69 | 08:24 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ส.ค. 69 | 08:57 น.

“สุวัจน์ ลิปตพัลลภ”เปิดหลักสูตร วธอ.11 ชี้โลกเปลี่ยนเร็วทั้งภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า AI สังคมสูงวัย และโลกร้อน ไทยเผชิญ GDP โตต่ำ หนี้ภาครัฐ-ประชาชนพุ่ง ย้ำภาครัฐ-เอกชนต้องผนึกกำลัง รับความผันผวน

KEY

POINTS

  • นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญปัญหาการเติบโตของ GDP ที่อยู่ในระดับต่ำและมีหนี้สินสูงทั้งในภาครัฐและภาคประชาชน
  • เสนอให้ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา และเร่งปรับตัวรับมือกับ 4 เมกะเทรนด์สำคัญของโลก ที่จะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจ
  • 4 เมกะเทรนด์ดังกล่าวประกอบด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า, ภาวะโลกร้อน และ การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย 

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม (IBID) เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.11) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ณ ห้องปลาวาฬ บอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา รีสอร์ท หัวหิน โดยมีผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และนักศึกษา วธอ.11 เข้าร่วม 125 คน

                             สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.11)

สำหรับ วธอ.11 ได้รับความสนใจจากผู้สมัครสูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 360 คน ก่อนผ่านการคัดเลือกเหลือ 125 คน สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริหารและผู้ประกอบการ ที่ต้องการยกระดับความรู้และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีโลก

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้เผชิญเพียงการแข่งขันทางการตลาดแบบเดิม แต่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือ Technology Disruption ตลอดจนความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ดังนั้น การออกแบบหลักสูตร วธอ.11 จึงมุ่งเน้นการ Re-skill และ Up-skill ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ให้สามารถประเมินความเสี่ยงและมองเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

4 เมกะเทรนด์เขย่าโลกธุรกิจ

นายสุวัจน์ กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างจริงจัง คือ เมกะเทรนด์สำคัญของโลก ซึ่งจะเข้ามามีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจ การลงทุน และรูปแบบการดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะ AI สังคมผู้สูงวัย โลกร้อน และ ภูมิรัฐศาสตร์

หลักสูตร วธอ.11 จึงครอบคลุมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์ การใช้ AI การตลาดยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Big Data การบริหารความเสี่ยงองค์กร การวางยุทธศาสตร์ระยะยาวของบริษัท รวมถึงทิศทางพลังงานของประเทศไทย

                                  สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.11)

“นักธุรกิจจะต้องเข้าใจปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ และปรับตัวให้ทันกับเมกะเทรนด์ของธุรกิจโลก” 

1. AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดคือ AI ซึ่งกำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจตั้งแต่กระบวนการผลิต การตลาด การบริหารจัดการ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจขององค์กร 

ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถมอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยีเสริม แต่ต้องเรียนรู้ว่าจะนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการรูปแบบใหม่ได้อย่างไร โดยเฉพาะ SME ที่ต้องเร่งยกระดับศักยภาพเพื่อแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่และผู้ประกอบการจากต่างประเทศ

2. ภูมิรัฐศาสตร์-สงครามการค้าป่วนซัพพลายเชน

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอำนาจโลกและการแบ่งขั้วของมหาอำนาจ กำลังส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสงครามการค้าและมาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งไม่ได้กระทบเฉพาะการส่งออกและนำเข้า แต่ยังส่งผลต่อการลงทุนและห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ของภาคธุรกิจ 

นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามในหลายพื้นที่ยังเพิ่มความไม่แน่นอนด้านพลังงาน การขนส่ง และ ต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ภาคธุรกิจต้องวางแผนบริหารความเสี่ยงมากขึ้น และไม่สามารถพึ่งพาตลาดหรือแหล่งผลิตเพียงแห่งเดียวได้เหมือนในอดีต

                                สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.11)

3. โลกร้อนเพิ่มต้นทุนธุรกิจ

ปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุนการผลิต พลังงาน การขนส่ง และมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ

ภาคธุรกิจจึงต้องเตรียมพร้อมต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น รวมถึงการปรับกระบวนการผลิตและการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับทิศทางของโลก

4. สังคมสูงวัยกระทบทั้งตลาดและแรงงาน

อีกโจทย์สำคัญ คือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของโลก ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสวัสดิการหรือสาธารณสุข แต่จะส่งผลต่อโครงสร้างแรงงาน กำลังซื้อ รูปแบบสินค้าและบริการ ตลอดจนต้นทุนของภาคธุรกิจ

ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมองการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรเป็นทั้งความท้าทาย และโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย

                         สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.11)

เศรษฐกิจไทยโตต่ำ-หนี้พุ่งโจทย์ใหญ่ประเทศ

นายสุวัจน์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญจากการที่ GDP ไม่เติบโตในระดับที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาหนี้สินในระดับสูง ทั้งหนี้ภาครัฐและหนี้ภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่จำเป็นต้องร่วมกันแก้ไข

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่สามารถพึ่งพาภาครัฐ หรือ ภาคเอกชนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ แต่จำเป็นต้องเกิดความร่วมมือระหว่างสองภาคส่วน ทั้งในด้านนโยบาย การลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และการปรับตัวของธุรกิจ

นายสุวัจน์ มองว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องมีนโยบายที่แข็งแกร่งและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงได้ ขณะเดียวกันภาคธุรกิจก็ต้องเร่งปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารความเสี่ยง หรือการมองหาโอกาสจากตลาดใหม่

                                 สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.11)

ผนึกกำลังรัฐ-เอกชนสร้างเศรษฐกิจใหม่

หัวใจสำคัญของหลักสูตร วธอ.11 จึงไม่ได้อยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้บริหาร แต่ยังมุ่งสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างผู้บริหารจากภาคธุรกิจและภาครัฐ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองและนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในทางปฏิบัติ 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การรับมือกับความผันผวนของโลกจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยต้องร่วมกันกำหนดและผลักดันนโยบายที่มีความแข็งแกร่งเพียงพอในการรองรับการเปลี่ยนแปลง

โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยต้องเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจโตต่ำ ภาระหนี้สูง และแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศจึงต้องเริ่มตั้งแต่การพัฒนาคน พัฒนาธุรกิจ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

“เป้าหมายสูงสุดของหลักสูตรนี้ คือการสร้างนักธุรกิจที่แหลมคม มีความรู้ทันสมัย และเกิดการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้ทุกคนนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ธุรกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน” นายสุวัจน์ กล่าว

ทั้งนี้ พิธีปฐมนิเทศ วธอ.11 มี รศ.ดร.พีระ เจริญพร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตร วธอ. นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ประธานมูลนิธิฯ ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ผู้อำนวยการสถาบัน วธอ. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุภาพ คลี่ขจาย วธอ. รุ่นที่ 1 พร้อมด้วยนักศึกษา วธอ.11 เข้าร่วมงาน