
“อนุทิน”ประกาศมุ่งบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์เพื่อประโยชน์สุขประชาชน
“อนุทิน”รับสนองพระบรมราชโองการ นั่งนายกฯ คนที่ 32 สมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ ประกาศปฏิญาณเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ยึดประโยชน์ชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เป็นสมัยที่ 2
- ประกาศความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล
- ยืนยันว่า จะบริหารราชการแผ่นดินโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคง ความเจริญ และความผาสุกให้แก่ประชาชน
วันที่ 20 มีนาคม 2569 ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ได้มีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากกระบวนการตามรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์
โดย นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อัญเชิญพระบรมราชโองการมายังสถานที่ประกอบพิธี ก่อนเชิญขึ้นประดิษฐานและดำเนินการอ่านประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ
ในพระบรมราชโองการดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
การแต่งตั้งดังกล่าวเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 158 และมี โสภณ ซารัมย์ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป นับเป็นการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย และเป็นการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของนายอนุทิน
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวถวายสัตย์และแสดงความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยกล่าวว่า การได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งในครั้งนี้ ถือเป็นศุภสิริมงคลสูงสุดในชีวิต และเป็นขวัญกำลังใจอันยิ่งใหญ่ทั้งต่อตนเองและครอบครัว
พร้อมกันนี้ ได้ยืนยันถึงความตั้งใจที่จะเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม และจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล
นายอนุทิน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารราชการแผ่นดินต่อจากนี้ จะยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ โดยมุ่งสร้างความมั่นคง ความเจริญก้าวหน้า และความผาสุกให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วน พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักการปกครองตามรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการสนองพระราชปณิธาน และการปฏิบัติตามพระปฐมบรมราชโองการ ตลอดจนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความวัฒนาสถาพรอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญทางการเมืองไทย ที่สะท้อนถึงกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารประเทศภายใต้ผู้นำรัฐบาลคนใหม่ในวาระต่อเนื่อง






