thansettakij
thansettakij
'โหวตเลือกนายกฯ 2569' วันไหน กี่โมง อัพเดทไทม์ไลน์-ข่าวล่าสุดที่นี่

'โหวตเลือกนายกฯ 2569' วันไหน กี่โมง อัพเดทไทม์ไลน์-ข่าวล่าสุดที่นี่

18 มี.ค. 69 | 04:14 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มี.ค. 69 | 04:25 น.

เกาะติดและอัพเดทล่าสุด ข่าวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดชี้ชะตาประเทศกับวาระ "โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32" ที่ครั้งนี้ไม่มี สว. ร่วมวง จับตาขั้นตอนและความเคลื่อนไหวได้ที่นี่

KEY

POINTS

  • การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
  • การลงมติครั้งนี้จะใช้เสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 500 คนเท่านั้น โดยไม่มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ร่วมลงคะแนน
  • ผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้รับเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ทั้งหมด หรือ 250 เสียงขึ้นไป
  • ประธานสภาฯ ตั้งเป้าให้มีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ

ฐานเศรษฐกิจ เกาะติด "การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 2569" ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับมรสุมรอบทิศ ทั้งวิกฤตพลังงานโลกที่ดันให้ต้นทุนพุ่งสูง และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ประชาชนเฝ้ารอการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

สปอตไลท์ทุกดวงจึงจับจ้องไปที่อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ถูกกำหนดให้เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการเลือกผู้นำประเทศคนใหม่

ไทม์ไลน์นัดสำคัญ: 10 โมงเช้า ชี้ชะตาอำนาจบริหาร

จากหนังสือด่วนมากที่ สผ 0014/ผ 2 ของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ยืนยันกำหนดการนัดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27 เข้าประชุมนัดพิเศษใน วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2

 

โดยมีวาระเร่งด่วนที่สุดคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159

กติกาใหม่: เมื่อ สส. 500 เสียง คือผู้ตัดสินขาด

ความน่าสนใจของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในครั้งนี้ คือการเป็นการโหวตภายใต้กติกาที่ "ไม่มีเสียง สว. เข้ามาเกี่ยวข้อง" อีกต่อไป 

โดยกระบวนการจะดำเนินการโดยสภาผู้แทนราษฎรล้วนๆ ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญ 4 ประการที่ประชาชนต้องร่วมเกาะติด ดังนี้:

1. การเสนอชื่อแคนดิเดต: พรรคการเมืองที่จะเสนอชื่อบุคคลให้สภาโหวตได้ ต้องเป็นพรรคที่มี สส. ไม่น้อยกว่า 25 ที่นั่ง (ร้อยละ 5 ของสมาชิกทั้งหมด)

2.เสียงรับรอง: บุคคลที่ถูกเสนอชื่อต้องมี สส. รับรองอย่างน้อย 50 คน (ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่)

3. การลงมติแบบเปิดเผย: จะใช้วิธีการ "ขานชื่อ" สส. ตามลำดับอักษรทีละคน เพื่อให้ลุกขึ้นออกเสียง "เห็นชอบ" "ไม่เห็นชอบ" หรือ "งดออกเสียง" ต่อหน้าสาธารณชน

4.เกณฑ์ตัดสินชัยชนะ: ผู้ที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ มากกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 499 คน (หรือ 498 คนตามสถานภาพล่าสุด) นั่นหมายความว่าต้องได้คะแนน 250 เสียงขึ้นไป

ความหวัง "รัฐบาลอำนาจเต็ม" ก่อนสงกรานต์

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ได้แสดงวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าต้องการให้กระบวนการนี้จบลงโดยเร็วและราบรื่นที่สุด โดยตั้งเป้าหมายว่าไทยควรมีรัฐบาลใหม่ที่มี "อำนาจเต็ม" เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้สามารถเดินหน้าแก้วิกฤตการณ์ต่างๆ ได้ทันท่วงที โดยเฉพาะประเด็นด้านเศรษฐกิจที่ถูกบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนของสภาชุดนี้

เมื่อการโหวตสิ้นสุดลงและได้บุคคลที่ได้รับความเห็นชอบ ประธานสภาฯ จะเป็นผู้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หลังจากนั้นประเทศไทยจะเข้าสู่โหมดการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป