thansettakij
thansettakij
ป.ป.ช.ฟัน“อดีตนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง” ร่ำรวยผิดปกติ 3 ล้านบาท

ป.ป.ช.ฟัน“อดีตนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง” ร่ำรวยผิดปกติ 3 ล้านบาท

16 มี.ค. 2569 | 06:20 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 2569 | 06:28 น.

ป.ป.ช.ชี้มูล “ประเสริฐ ค่ายทอง” อดีตนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ร่ำรวยผิดปกติ 3 ล้านบาท ซื้อที่ดินแต่แจงที่มาเงินไม่ได้ ชงอัยการยื่นศาลยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายประเสริฐ ค่ายทอง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง จ.ปทุมธานี ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ
  • ตรวจพบว่า ในปี 2559 ขณะดำรงตำแหน่ง ได้ซื้อที่ดินมูลค่า 3 ล้านบาท แต่ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงินดังกล่าวได้
  • ป.ป.ช. จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งยึดทรัพย์สินจำนวน 3 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

วันนี้ (16 มี.ค. 69) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติของ นายประเสริฐ ค่ายทอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

จากการไต่สวนพบข้อเท็จจริงว่า ในปี พ.ศ. 2559 ขณะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง นายประเสริฐได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 162932 ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่รวม 1 ไร่ 2 งาน ในราคา 3,000,000 บาท

อย่างไรก็ตาม การซื้อที่ดินดังกล่าวมีการทำบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมเฉพาะส่วน ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 โดยให้บุตรสาวเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินแปลงดังกล่าวด้วย

ภายหลังการตรวจสอบ ป.ป.ช. พบว่า นายประเสริฐไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงินจำนวน 3,000,000 บาท ที่นำมาใช้ในการซื้อที่ดินดังกล่าวได้อย่างชัดเจน จึงเข้าข่ายเป็นการมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ รวมถึงเป็นการได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูล อันจะอ้างได้ตามกฎหมาย อันสืบเนื่องจากการใช้อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง

คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่า นายประเสริฐ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ เป็นเงินจำนวน 3,000,000 บาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 162932 ในพื้นที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ทั้งนี้ ป.ป.ช. จะส่งรายงานผลการไต่สวน พร้อมสำนวน เอกสาร และพยานหลักฐานทั้งหมดไปยังอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ให้มีคำสั่งยึดทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน

นอกจากนี้ ยังจะมีการแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมข้อเท็จจริงโดยสรุปไปยังผู้มีอำนาจ เพื่อดำเนินการสั่งให้นายประเสริฐพ้นจากตำแหน่ง โดยให้ถือว่าเป็นการกระทำทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคห้า

อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถบังคับยึดทรัพย์สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมด หรือบางส่วน ศาลยังสามารถมีคำสั่งบังคับคดีกับทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาแทนได้ ภายในระยะเวลา 10 ปี ตามมาตรา 125 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน