thansettakij
thansettakij
'อนุทิน' นำทัพ 192 สส.ภูมิใจไทย สัมมนาใหญ่บุรีรัมย์ จับตาตั้งรัฐบาล-เก้าอี้ประธานสภาฯ

'อนุทิน' นำทัพ 192 สส.ภูมิใจไทย สัมมนาใหญ่บุรีรัมย์ จับตาตั้งรัฐบาล-เก้าอี้ประธานสภาฯ

08 มี.ค. 2569 | 06:22 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มี.ค. 2569 | 08:42 น.

“อนุทิน” นำทีม 192 สส. ภูมิใจไทย ปฐมนิเทศใหญ่ที่บุรีรัมย์ ชูแนวทาง "1 ทีม 1 ทิศทาง" ย้ำวินัยพรรคเข้มแข็ง พร้อมจับตาการวางตัว โสภณ ซารัมย์ ชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ ท่ามกลางกระแสจัดตั้งรัฐบาล 292 เสียงในช่วงโค้งสุดท้าย

KEY

POINTS

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำ สส. พรรคภูมิใจไทย 192 คน จัดสัมมนาใหญ่ที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อเตรียมความพร้อมการทำงานก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯ
  • การสัมมนาถูกจับตาในประเด็นความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำและรวบรวมเสียงสนับสนุนได้แล้ว 292 เสียง
  • อีกประเด็นสำคัญคือการชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีชื่อของนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ เป็นแคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย

วันที่ 8 มี.ค. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย   เป็นประธานเปิดการสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคจำนวน 192 คน พร้อมด้วยผู้บริหารและสมาชิกพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมการทำงานก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ประเด็นที่ถูกจับตาคือความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ถึง 292 เสียง ขณะที่ สส.ส่วนใหญ่ได้เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว

อีกประเด็นสำคัญคือการวางตัวประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ โดยล่าสุดมีชื่อของนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ถูกจับตาในฐานะแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ ท่ามกลางการติดตามทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลในช่วงโค้งสุดท้าย

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคพรรคภูมิใจไทย   กล่าวปาฐกถาภายใต้หัวข้อ “ถอดรหัส 192 เสียง โอกาสและความท้าทาย” ว่า วันนี้ต้องขออนุญาตกล่าวคำว่าขอต้อนรับทุกท่านสู่จุดกำเนิดของพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ในวันนี้ พวกตนมาพบกับทุกท่านด้วยความตื่นเต้นและดีใจพัฒนาการของพรรคภูมิใจไทยเริ่มใหม่ปีนี้เข้าปีที่ 18 แล้ว ตนจำได้ว่าตอนที่เราตั้งพรรคครั้งแรกเดินแค่ 10 วินาทีก็ทักทายหมดแล้ว วันนี้เดินเกือบ 15 นาทีกว่าจะทักจนครบและทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเราไม่ว่าพรรคเราจะอยู่ในขนาดไหนก็ตามมีจำนวนสมาชิกเท่าไรก็ตาม สิ่งแรกที่พรรคจะดำเนินการก่อนที่จะเข้าไปที่สภาผู้แทนราษฎรคือจะจัดให้มีการปฐมนิเทศของบรรดาสมาชิก 

'อนุทิน' นำทัพ 192 สส.ภูมิใจไทย สัมมนาใหญ่บุรีรัมย์ จับตาตั้งรัฐบาล-เก้าอี้ประธานสภาฯ โดยในวันนี้ต้องขอย้ำว่าเป็นการร่วมประชุม การพบปะหารือสร้างความคุ้นเคยและปฐมนิเทศเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น วันนี้เราไม่ได้ประชุมสส.พรรคร่วมรัฐบาลเหมือนทุกครั้งและวันนี้ประชุมเฉพาะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก  ตนคิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำความรู้จักกันและทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเราที่มันเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด จากตอนนั้นจาก 34 คนมาเป็น 51 คน มาเป็น 71 คนและในวันนี้มาเป็น 192 คน

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับบรรดาสมาชิกใหม่ที่มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยการเลือกตั้งครั้งนี้เราต้องถือว่าเราร่วมเป็นร่วมตายกันมาเรามีความใกล้ชิดกัน แต่เราต้องรวมกันทำให้เรารู้จักกันให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นการปฐมนิเทศวันนี้จึงเกิดขึ้น มีพวกเราที่มาร่วมชีวิตกันในครั้งนี้จากทุกภาคของประเทศไทย

'อนุทิน' นำทัพ 192 สส.ภูมิใจไทย สัมมนาใหญ่บุรีรัมย์ จับตาตั้งรัฐบาล-เก้าอี้ประธานสภาฯ

เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ตนอยากจะเห็นขอความกรุณาไม่ใช่ว่าท่านท็อป(นายวราวุธ) มาก็นั่งโต๊ะที่มีแต่ จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มาก็มีแต่โต๊ะของจ.ชุมพร จ.พิษณุโลก โต๊ะนายสุชาติ ก็มีแต่จ.ชลบุรี จ.จันทบุรี จ.ตราด จ.เพชรบุรี และจ.ราชบุรี ต้องแยกกัน นั่งรวมกันให้หมด 

ทั้งนี้ ตนต้องขอแสดงความยินดีกับทุกท่านด้วยที่เราผ่านร้อนผ่านหนาวมผ่านดงต่างๆ และรอดมาเป็นผู้แทนราษฎร ตนก็ต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุน โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทุกท่านที่ไปช่วยกันปราศรัย ช่วยกันดีแบต ทำหน้าที่เชียร์ผู้สมัครให้ผู้สมัครของเราได้รับในการเลือกตั้ง ทุกท่านทำงานอย่างหนักและหนักหนาสาหัสมากตั้งแต่นายพิพัฒน์ นายเอกนิติ นางศุภจี นายสันติ พร้อมพัฒน์ ทุกคนไปช่วยกันลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รัฐมนตรีทุกคนไม่ใช่อยู่ที่กระทรวงในช่วงฤดูหาเสียงเลือกตั้ง ลงพื้นที่ในช่วงนั้นกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามเป้าหมายของเรา ทุกท่านก็คงเห็นแล้วว่าจากการที่เราทำงานกันอย่างหนักหน่วง

'อนุทิน' นำทัพ 192 สส.ภูมิใจไทย สัมมนาใหญ่บุรีรัมย์ จับตาตั้งรัฐบาล-เก้าอี้ประธานสภาฯ เราจึงเข้ามาตรงนี้ได้ไม่มีฟลุค วันนี้ส่วนใหญ่ 99% ทิ้งขาดคู่แข่ง เชิญนับเถอะจะนับกี่รอบก็พร้อม ยังไงท่านก็ชนะแน่นอน คนที่เคยชนะอยู่แค่เป็น 100 คะแนน ก็ชนะเป็น 10,000 คะแนน แต่ทุกคนตอนโทรศัพท์หาตนบอกหัวหน้าไม่ไหวจะตายแล้ว หัวหน้าตายแน่ๆ คนไหนที่บอกตายได้ประมาณ 15,000 คะแนน บางคนบอกว่าตายแน่ๆได้ประมาณ 20,000 คะแนน แต่คนที่บอกว่าชัวร์ ตกไปแล้วไม่ได้มาที่นี่ แต่ไม่เป็นอะไร สำหรับท่านที่มาอยู่ในพรรคภูมิใจไทยใหม่ท่านจะเห็นว่าพัฒนาการของเราเติบโตขึ้นมาโดยตลอดกราฟยังไม่เคยตก จะมีการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตามมันก็ยังขึ้นทะยานอยู่ เทรนด์ยังไม่ตก วันนี้ก่อนจะประชุมหารือจะมีกิจกรรมละลายพฤติกรรม ซึ่งถือเป็นช่วงจังหวะที่ดีที่สุดที่เราจะทำความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนอยากจะเรียนให้ท่านมั่นใจว่าตนถึงแม้ว่าจะมีพรรษาทางการเมืองน้อยกว่าหลายคนในห้องนี้ แต่ก็ได้ผ่านการเลือกตั้งมหาโหดมาประมาณ 4 ครั้งในชีวิตการเมืองที่เข้ามา ตนยืนยันถ้าพวกเราทุกคนไม่ประมาท ถ้าพวกเราทุกคนทำตัวให้เป็นที่เชื่อมั่นและไว้ใจและน่าเชื่อถือของชาวบ้านทำตัวสม่ำเสมอ ถ้าพวกเราทุกคนคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่พอ ต้องทำให้ชาวบ้านรักเราเพิ่มมากขึ้นอีก ตนยังไม่เห็นใครสอบตก

ฉะนั้นนี่คือวิธีการทำงานแบบพรรคภูมิใจไทยคือเราไม่เห็นสิ่งอื่นใดสำคัญกว่าชาวบ้านที่เลือกเราเข้ามาให้เป็นผู้แทนราษฎร สำหรับตนยังไม่มีปัญญาเป็น สส.เขตเหมือนหลายท่าน ตนเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหมือนกับหลายท่านเหมือนกัน แต่การเป็น สส. ปาร์ตี้ลิสต์ของคนในพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าตนหรือเลขาพรรค  พวกเราพูดกันในห้องว่า สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ให้เขาเอาเบอร์มาแปะแล้วรอน้ำทิพย์โลมใจจาก สส.เขตทั้งหลาย การที่เราได้เป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคภูมิใจไทยคือ สส.ประเทศไทย เรามี 19 คนเราจะต้องไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ต้องทำงานหนักกว่า สส.เขต เพราะขอบเขตการให้บริการของท่านทั่วประเทศต้องไปสนับสนุน สส.เขต ต้องไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆและรับฟังปัญหาของชาวบ้านทั่วประเทศ นำมาแก้ไขปัญหานี่คือวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย

'อนุทิน' นำทัพ 192 สส.ภูมิใจไทย สัมมนาใหญ่บุรีรัมย์ จับตาตั้งรัฐบาล-เก้าอี้ประธานสภาฯ

สส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ สส.ที่รอเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราต้องทำให้ความเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ทั้ง 19 คน ต้องทำงานอย่างหนักเพราะสิ่งเหล่านั้นคือคะแนน คู่แข่งของเราที่ดูแล้วว่าเขามาแน่ๆหรือว่ากระแสดีๆ แต่เมื่อเขาไม่ลงพื้นที่โอกาสกลับมาน้อยมากไม่มีหรอก สส.นั่งอยู่กับบ้านกระแสดี เดี๋ยวเขาเลือกเอง ตนยังไม่เคยเห็นตรงนี้ สส.ภูมิใจไทยไม่มีทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีวันหยุดหย่อน

และในพรรคภูมิใจไทยวิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทยคนเป็น สส.สำคัญไม่น้อยกว่าคนเป็นรัฐมนตรี  และพวกตนที่มีโอกาสเป็นทางรัฐมนตรีและเป็น สส.ด้วยตนจะปลูกฝังพวกเขาตลอดว่าถ้าจะต้องเลือกเป็นสส.ไม่ใช่เลือกเป็นรัฐมนตรี ตนเคยพูดกับคนหลายคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลมาก่อน ตอนเขาได้รับตำแหน่ง แล้วเขาทิ้งตำแหน่ง สส. ไปเลือกตำแหน่งรัฐมนตรี  ซึ่งไม่มั่นคงไม่มีการทำงานที่ผลิตผลงานได้อย่างเต็มที่สู้สส.ไม่ได้ เพราะตำแหน่ง สส.เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศมากท่านต้องมีความภาคภูมิใจ

ตนมีความภาคภูมิใจมากสมัยที่ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ตนเป็นคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อเวลามีอภิปรายแล้วตนไปนั่งในที่ที่ สส.ตนจะรู้สึกว่าพรรคเรามีพลังมากเป็นพิเศษ ต้องเรียนให้ทุกท่านเพื่อแชร์ความรู้สึกนี้ด้วย ตนเคยมานั่งจนหัวหน้ารัฐบาลมาเรียกให้ต้องขึ้นไปนั่งข้างบนที่นั่งของ ครม.เพราะเชื่อว่าตรงนั้นรังสีบางอย่างมันออก การเป็น สส.มันมีคุณค่าและมีความหมายมาก รัฐมนตรีปลดสส.ไม่ได้แต่ สส.ปลดรัฐมนตรีได้ ท่านคิดดูแล้วกันว่าสิ่งที่ตนพูดมันมีน้ำหนักมากแค่ไหน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าหลังการปฐมนิเทศเราคงจะรู้จักหน้าตาและรู้จักอุปนิสัยมีความคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น และยิ่งเวลาทำงานด้วยแล้ว 4 ปีจากนี้เราจะมีความใกล้ชิดกันเพิ่มมากขึ้น  สิ่งที่ตนในฐานะหัวหน้าพรรคอยากขอวิงวอนขอพวกเราทุกคนให้รักษาไว้อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นพรรคภูมิใจไทยนี่คือสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะ

ทำให้พรรคของเราเติบโตขึ้นมาคำไหน คำนั้นเป็นปึกแผ่นไม่มีแหกคอก แต่ไหนๆก็พูดแล้วเรามีสส. 3 คนแหกคอก ขออนุญาตเลขาพรรคช่วงที่เราพักร้อน 3 เดือน มี สส.ของเรา 3 คน เห็นผิดเป็นชอบท่านอย่าคิดว่าชาวบ้านเขาไม่รู้ เที่ยวนี้ 3 คนไม่ได้กลับมาแม้แต่คนเดียว ฉะนั้นเรื่องของวินัย เรื่องของการรักษาเอกภาพของพรรคภูมิใจไทยต้องถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นเป็นอย่างยิ่ง เรื่องอื่นๆพูดคุยกันได้ไม่มีปัญหาใดๆ ท่านจะเห็นว่าการทำงานของพวกเราเป็นบ้านเดียวกัน แต่ตอนนี้เวลาไปกินข้าวอาจจะลำบากหน่อย เพราะ 192 คน ตอนนั้นไปกินโต๊ะจีน 7 โต๊ะได้ แต่ตอนนี้ 19 โต๊ะไม่รู้จะไปหาที่ไหนได้ก็คงจะต้องมีการจัดสัมมนาพบปะสังสรรค์กันตามเวลาที่เหมาะสมในทุกครั้ง เพื่อกระชับความแน่นแฟ้นของพวกเรา เพราะการทำงานทางการเมือง ตนคิดว่าทุกคนมีรูปแบบ เราจะมีรูปแบบการทำงานของแต่ละท่านทำให้พวกเราได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศ และพี่น้องประชาชนของเราแต่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตรงนี้เราไม่ห่วงเรามีกลไกที่จะคอยทำให้ท่านได้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านทำไปมันจะไม่เกิดปัญหาใดๆเรามีคนที่คอยดูแลเรื่องนี้ให้กับพวกท่านอยู่ตลอดเวลา

สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่ายจะเป็นกิจกรรมรวมพลังสร้างเอกภาพ ความสามัคคี ภายใต้ 1 ทีม 1 ทิศทาง หัวใจเดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน สส. เดิม กับ สส. ใหม่ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว สู่ชัยชนะ นอกจากนี้จะมีกิจกรรมเวิร์คช็อป โดยแบ่งกลุ่ม ตามหัวข้อต่างๆ ปิดท้ายด้วยการ รับประทานอาหารเย็นสานสัมพันธ์ยามค่ำคืน สำหรับวันสุดท้ายใน 9 มี.ค.ก่อนเดินทางกลับจะมีการสรุปเวิร์คช็อปและ โรดแมปรวมไปถึง การรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิก