
‘ไชยชนก’ ลั่นจัดตั้งรัฐบาลชัดเจน 99.99% รอ ’อนุทิน’ แถลงเอง
‘ไชยชนก’ เผยการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจน 99.99% รอ ’อนุทิน’ เป็นผู้แถลงเอง ระบุการเมืองเปลี่ยนแปลงได้เสมอขอเว้นไว้ 0.01%
KEY
POINTS
- นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยืนยันการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนแล้วถึง 99.99%
- การประกาศอย่างเป็นทางการจะรอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นผู้แถลงด้วยตนเอง
- ที่ยังไม่เต็ม 100% เนื่องจากเผื่อไว้ 0.01% สำหรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ในการเมือง
นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลว่า ค่อนข้างมีความชัดเจนแล้วแต่ต้องการให้นายอนุทิน ชาญวีรกูลหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้แถลง อย่างเป็นทางการ น่าจะตกผลึกได้ 99.99% แต่การเมืองเปลี่ยนแปลงได้เสมอดังนั้นขอเว้นไว้ 0.01%
ส่วนการสัมมนาพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์นั้น ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการสัมมนา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเติบโตขึ้นอย่างมาก มากกว่าสองเท่าตัว และมีสมาชิกใหม่มากกว่าสมาชิกเก่า ดังนั้นเจตนาในวันนี้ก็คือการทำความรู้จัก ให้มีความสามัคคีกลมเกลียวกันให้มากขึ้น พร้อมทั้งมีการแชร์ทัศนคติ เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยจะมีวัฒนธรรมที่ค่อนข้างแตกต่าง มีความเป็นครอบครัวพอสมควร
ส่วนที่สองคือเรื่องของการปรับตัว เรื่องแนวทางการทำงานตามแบบพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเชื่อว่าทุกคนจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง และหนึ่งในสิ่งที่จะต้องโฟกัสให้มากขึ้น คือการทำงาน ในฝ่ายนิติบัญญัติและต้องทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น พร้อมย้ำว่ามีความตั้งใจ นอกจากการจะพาไทยให้ผ่านวิกฤติที่มีความไม่แน่นอน แต่จะทำให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้า
ส่วนกรณีที่พรรคใหญ่ขึ้นจะมีปัญหาเรื่องมุ้งเรื่องก๊วน ได้มีการกำชับหรือวางแนวทางสำหรับคนที่เข้ามาใหม่อย่างไรบ้าง นายไชยชนก ระบุว่า กับคนที่เข้ามาใหม่ได้มีการพูดคุยกันมาตลอด และจะคุยกันเพิ่มเติม และที่ผ่านมา ก็มีการก่อตัวของคลื่นใต้น้ำภายในพรรค
โดยผ่านมาหลายอย่างในรอบที่แล้ว สิ่งที่ทำให้สันคลอนที่สุด เท่าที่ถามตน ไม่ใช่ช่วงที่ขวางทางกาสิโน มีปัญหาพรรคร่วม ออกมาจากรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้าน แต่มันมีจังหวะ ที่เกิดจากคลื่นใต้น้ำภายในพรรค ที่ทำให้เสถียรภาพความมั่นคงของพรรคภูมิใจไทยสั่นคลอน
ดังนั้น พอเป็นพรรคที่ใหญ่ขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนมีความกังวล ในเบื้องต้นจากที่ได้พูดคุยพบเจอกัน และจากการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงาน ที่วันนี้คนทำงานจริงมีพื้นที่ มีเวทีให้เฉิดฉายมีโอกาสเติบโต
ในการทำหน้าที่การงานหลากหลายรูปแบบ ตนถือว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่จะสลาย เรื่องมุ้ง ได้พอสมควร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญ หากใครทำเรื่องนี้ แล้วก่อให้เกิดปัญหาของพรรค ต้องมีบทลงโทษและการจัดการที่เด็ดขาด จากฝ่ายบริหาร นี่คือสิ่งที่พูดคุยกัน

