
'อนุทิน' นัดทีมเศรษฐกิจ ถกแผนหาแหล่งน้ำมันสำรอง รับสงครามบานปลาย
นายกฯ 'อนุทิน' เรียก 'พิพัฒน์-เอกนิติ-อรรถพล-สีหศักดิ์' ถกด่วนที่ทำเนียบ อัพเดทสถานการณ์น้ำมัน เช็คความพร้อมหาแหล่งพลังงานใหม่แทนตะวันออกกลาง หากสงครามกระทบหนัก
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทิน เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือมาตรการด้านพลังงานเป็นการด่วน
- การประชุมมีขึ้นเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบมายังไทย
- ที่ประชุมได้หารือถึงแผนการจัดหาแหล่งน้ำมันดิบเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากปัจจุบันไทยนำเข้าจากตะวันออกกลางครึ่งหนึ่ง
5 มีนาคม 2569 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการพลังงานเข้ามาหารือด่วน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม
รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายอนุทิน กล่าวก่อนประชุมว่า ต้องการให้มาอัพเดทสถานการณ์พลังงาน หลังจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประเทศไทยได้เป็นผู้นำเข้า
นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ได้รับรายงานจากนายพิพัฒน์ นายเอกนิติ และข้อมูลจากกระทรวงพลังงานว่า ในช่วงเดือน มี.ค.น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศไทย แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทยมันจะเริ่มทยอยมีปริมาณที่ลดลงไป สถานการณ์เปลี่ยนไปมากตั้งแต่วัน 28 ก.พ.ที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ได้มีการประชุม สมช. ซึ่งสถานการณ์ก็พัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เราจึงต้องมานั่งกำหนดมาตรการในส่วนของเราเอง เพื่อให้ความมั่นใจว่ามันจะไม่มีผลกระทบในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบ และการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้รับทราบมาว่า ปัจจุบันไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบปริมาณครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น ซึ่งในส่วนภูมิภาคอื่นวันนี้นั้น ต้องขอให้กระทรวงพลังงานอธิบายให้เห็นว่า การจัดหาแหล่งพลังงานอีกครึ่งหนึ่งมาจากไหนบ้าง

