
กมธ.สว.จัดจำลองเลือกตั้ง 4 มี.ค. พิสูจน์บาร์โค้ด ลับ-ไม่ลับ
กมธ.พัฒนาการเมือง สว. จัดจำลองเลือกตั้ง 4 มี.ค. พิสูจน์ “บาร์โค้ดบนบัตร” เสี่ยงกระทบความลับหรือไม่ เชิญวิษณุ–บวรศักดิ์–จรัญ–เจษฎ์ พร้อมทูต 7 ประเทศร่วมสังเกตการณ์
KEY
POINTS
- คณะกรรมาธิการวุฒิสภา (กมธ.สว.) เตรียมจัดกิจกรรมจำลองการเลือกตั้งในวันที่ 4 มีนาคม
- มีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่า บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถสืบย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้หรือไม่ ซึ่งอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ
- การจำลองจะสาธิตกระบวนการถอดรหัสจากบัตรเลือกตั้ง โดยมีผู้เชี่ยวชาญ อดีตนักการเมือง และทูตต่างชาติร่วมสังเกตการณ์
- กิจกรรมนี้มุ่งชี้ให้เห็นความเสี่ยงของบัตรเลือกตั้ง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงในอนาคต ไม่ได้มีเจตนาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เตรียมจัดกิจกรรม “จำลองการเลือกตั้ง” ในวันพุธที่ 4 มีนาคมนี้ เวลา 13.30 น. เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงกรณีบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด ว่าสามารถสืบย้อนกลับไปถึงผู้ใช้สิทธิลงคะแนนได้หรือไม่ ท่ามกลางข้อถกเถียงในสังคมเรื่องความลับของการลงคะแนน
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการฯ แถลงว่า การจำลองครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทดสอบเชิงวิชาการและวิทยาศาสตร์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง โดยต้องการให้เกิดความชัดเจนว่าหากบาร์โค้ดบนบัตรสามารถเชื่อมโยงถึงต้นขั้ว หรือข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้จริง จะส่งผลกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับอย่างไร และควรมีแนวทางปรับปรุงอย่างไรในอนาคต
เชิญอดีตนักการเมือง–นักก.ม.–ทูตสังเกตการณ์
กรรมาธิการได้ทำหนังสือเชิญบุคคลสำคัญและผู้สังเกตการณ์หลายฝ่าย อาทิ
วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี
จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
เจษฎ์ โทณะวณิก
รวมถึงเอกอัครราชทูต 7 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และนอร์เวย์ ตลอดจนเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. เข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส
“สมชัย”ชี้บาร์โค้ดคือจุดอ่อน
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นผู้สาธิตกระบวนการจำลอง ระบุว่า เป้าหมายไม่ใช่ชี้ว่าใครถูกหรือผิด แต่เพื่อสะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดซึ่งเรียงเป็นซีเรียลนัมเบอร์ และอาจเชื่อมโยงถึงต้นขั้วได้
พร้อมอธิบายว่า แม้ไม่มีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งแนบอยู่ แต่หากสามารถถอดรหัสจากบัตรที่นับคะแนนแล้ว ก็อาจพิสูจน์ได้ว่าใครลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด โดยเฉพาะในหน่วยเลือกตั้งขนาดเล็กที่มีผู้มาใช้สิทธิไม่มาก ซึ่งอาจกระทบหลัก “การลงคะแนนโดยลับ” และเสรีภาพในการตัดสินใจของประชาชน
รูปแบบการจำลองจะให้สื่อมวลชน 10 คนทำหน้าที่เป็นผู้ใช้สิทธิ จากนั้นเมื่อถึงขั้นตอนนับคะแนน จะมีทีมวิเคราะห์จากภาคประชาชนร่วมถอดรหัสจากภาพถ่ายบัตรเลือกตั้ง โดยไม่เปิดเผยวิธีถอดรหัสล่วงหน้า ก่อนเฉลยกระบวนการในตอนท้าย ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าการถอดรหัสต้องแม่นยำ 100% เพื่อพิสูจน์จุดอ่อนดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายสมชัย ยอมรับว่ากังวลเรื่องจำนวนอาสาสมัครภาคประชาชนที่จะเข้าร่วม เพราะบางส่วนอาจเกรงผลกระทบจากสถานการณ์ที่ผ่านมา
ย้ำไม่ตั้งธงให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ
นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม หนึ่งในผู้ถูก กกต. ดำเนินคดี กล่าวเสริมว่า การตรวจสอบครั้งนี้มุ่งชี้ให้เห็น “ความเสี่ยง” ของกระบวนการ ไม่ได้ตั้งข้อสรุปว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่สุจริต แต่ต้องการให้สังคมร่วมกันพิจารณาว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งเช่นนี้ อาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้หรือไม่
ด้านประธานกรรมาธิการย้ำว่า ไม่มีเจตนาให้การเลือกตั้งใดเป็นโมฆะ แต่ต้องการให้ข้อค้นพบจากการทดลองถูกนำไปพิจารณาปรับปรุงกระบวนการเลือกตั้งในอนาคต เพื่อคุ้มครองความลับและความปลอดภัยของเสียงประชาชน
ตั้งคูหาใช้“ก๋วยเตี๋ยว”แทนผู้สมัคร
ภายหลังการแถลงข่าว คณะกรรมาธิการได้นำสื่อมวลชนชมสถานที่จำลอง ซึ่งจัดตั้งคูหาเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดบนบัตร โดยใช้ชื่อเมนูก๋วยเตี๋ยว 6 รายการแทนหมายเลขผู้สมัคร เพื่อหลีกเลี่ยงความเกี่ยวข้องทางการเมืองโดยตรง






