thansettakij
thansettakij
กกต. แจ้งความเอาผิด "กลุ่มถ่ายบัตรเลือกตั้ง-คิวอาร์โค้ด" เขตคันนายาว

กกต. แจ้งความเอาผิด "กลุ่มถ่ายบัตรเลือกตั้ง-คิวอาร์โค้ด" เขตคันนายาว

25 ก.พ. 2569 | 09:33 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 2569 | 11:06 น.

กกต.ส่งผู้แทนร้องทุกข์ต่อตำรวจสอบสวนกลาง เอาผิดกลุ่มบุคคลถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง-คิวอาร์โค้ด ลงคะแนนใหม่เขตคันนายาว 22 ก.พ. พยายามถอดรหัสหวังบั่นทอนความเชื่อมั่น

KEY

POINTS

  • กกต. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและคิวอาร์โค้ด (QR Code) ระหว่างการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในเขตคันนายาว
  • กกต. ชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการที่เกินขอบเขตของกฎหมาย และมุ่งสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่
  • เบื้องต้นจะดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ 4-5 ราย ในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงาน และจะสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี กับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุความวุ่นวายระหว่างการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในพื้นที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นายครรชิต เปิดเผยว่า กกต.ตรวจสอบพบพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะทำงานกันเป็นขบวนการ โดยมีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ถ่ายภาพคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนเอกสารที่เกี่ยวข้อง และพยายามถอดรหัสข้อมูล เพื่ออ้างพิสูจน์ผลการเลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวถือว่าเกินขอบเขตกฎหมาย และมีลักษณะมุ่งสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ กกต.

 

ทั้งนี้ กกต.ยืนยันว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด

รวบรวมหลักฐานขยายผล

สำหรับหลักฐานที่นำส่งพนักงานสอบสวน ประกอบด้วยภาพถ่ายและข้อมูลที่เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ในวันเกิดเหตุ รวมถึงข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจะดำเนินคดีกับบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ประมาณ 4–5 ราย และจะมีการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม หากพบผู้เกี่ยวข้องรายอื่นจะรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เมื่อถูกถามว่าการดำเนินคดีดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นการปิดกั้นการตรวจสอบของภาคประชาชนหรือไม่ นายครรชิต ระบุว่า การตรวจสอบสามารถทำได้หากอยู่ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าวถือว่าอยู่นอกเหนือขอบเขตและเข้าข่ายล่วงละเมิดกฎหมาย จึงจำเป็นต้องดำเนินการ

จ่อฟันหลายข้อหาหากเสียหาย

ในเบื้องต้น ข้อกล่าวหาหลักคือ การขัดขวางการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาประกอบด้วย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อกล่าวหาและบทลงโทษยังต้องรอการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม

นายครรชิต ยังย้ำว่า หากตรวจสอบพบว่ามีบุคคลอื่นโพสต์ หรือเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ก็จะมีการดำเนินคดีเช่นเดียวกัน โดยระยะแรกจะเน้นไปที่เหตุการณ์ในเขตคันนายาวก่อน แต่หากพบพฤติการณ์ลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่น ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ทั้งนี้ กกต.ขอให้การตรวจสอบ หรือการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นไปภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อคงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง