thansettakij
thansettakij
เปิดชื่อ 6 ราย กกต.ฟันปมบัตรเลือกตั้ง ข้อหาหนักอั้งยี่-ปลุกปั่น

เปิดชื่อ 6 ราย กกต.ฟันปมบัตรเลือกตั้ง ข้อหาหนักอั้งยี่-ปลุกปั่น

26 ก.พ. 2569 | 10:28 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.พ. 2569 | 10:46 น.

เปิด 6 ชื่อ ธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ - สมชัย ศรีสุทธิยากร -พริษฐ์ วัชรสินธ์ กกต.ดำเนินคดี ถ่ายภาพ ถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง ฐานขวางเลือกตั้ง อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น โทษสุงสุดคุก 10 ปี

KEY

POINTS

  • กกต. แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคล 6 ราย กรณีถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัส QR Code ระหว่างการลงคะแนนใหม่ที่เขตคันนายาว
  • ผู้ถูกกล่าวหาประกอบด้วยบุคคลมีชื่อเสียง อาทิ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต., นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ โฆษกพรรคประชาชน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
  • มีการแจ้งข้อหาหลายกระทงที่รุนแรง เช่น อั้งยี่, ยุยงปลุกปั่น, ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัส QR Code/บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวอาจพยายามเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่า ลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใด

เปิด 6 รายชื่อถูกดำเนินคดี 

รายงานข่าวระบุว่า บุคคลที่ กกต.แจ้งความให้ดำเนินคดี มีจำนวน 6 ราย ได้แก่

1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม  

2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของDomecloudผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain

3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจM.I.B Marketing In Black. 

4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร  อดีตกรรมการการเลือกตั้ง

5.นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ โฆษกพรรคประชาชน

6.นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar

ข้อหาหลายมาตราโทษสูงสุด 10 ปี 

กกต.ให้ดำเนินคดีในความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่

-พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 66 วรรคสอง

กรณีขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

ความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

-ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 (อั้งยี่)

กรณีเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายกระทำความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

-ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 322

ความผิดฐานเปิดผนึกเอกสารของผู้อื่นเพื่อล่วงรู้ข้อความ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14

กรณีนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ กระทบความมั่นคงหรือประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ