
ลุ้นต้น มี.ค.ชี้ขาดส่งศาลวินิจฉัยเลือกตั้ง“โมฆะ-เดินหน้าต่อ”
ลุ้นต้น มี.ค.ชี้ขาดส่งศาลวินิจฉัยเลือกตั้ง“โมฆะ-เดินหน้าต่อ” : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4178
KEY
POINTS
- ผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังพิจารณาคำร้อง 28 เรื่อง เพื่อตัดสินใจว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบธรรมของการเลือกตั้งหรือไม่
- ประเด็นสำคัญคือ การพิมพ์บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งผู้ร้องว่า อาจขัดต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ
- คาดว่าจะมีการชี้ขาดในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ หลังจาก กกต. ส่งคำชี้แจงภายในวันที่ 27 ก.พ. ซึ่งผลจะกำหนดว่า การเลือกตั้งจะเดินหน้าต่อหรืออาจเป็นโมฆะ
สถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 ยังอยู่ในภาวะ “อึมครึม” ท่ามกลางแรงกดดันทางกฎหมาย ที่อาจเขย่าความชอบธรรมของกระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ เมื่อ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ยืนยันเร่งพิจารณาคำร้อง 28 เรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ “บาร์โค้ด / คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง และการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
มีความเป็นไปได้ว่า ภายในต้นเดือนมีนาคมนี้ อาจมีมติชี้ขาดว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่
ปมร้อนบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงาน กกต. ขอให้ชี้แจงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่ กกต.พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 96 หรือไม่ โดยกำหนดให้สำนักงาน กกต.ชี้แจงกลับมาภายใน 7 วัน
ต่อมาวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจาก กกต. ขอขยายระยะเวลาการยื่นคำชี้แจงและเอกสารหลักฐานออกไปอีก 7 วัน จากกำหนดเดิมวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงมีรายละเอียดจำนวนมาก
ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า เรื่องดังกล่าวมีความสำคัญและอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชน จึงจำเป็นต้องเร่งแสวงหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง (1) มีหนังสือกำชับให้ กกต. ส่งคำชี้แจงพร้อมหลักฐานภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้
พร้อมระบุชัดว่า หากพ้นกำหนดจะดำเนินการพิจารณาจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ตามขั้นตอนกฎหมาย
ต่อมาวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจาก กกต. ขอขยายระยะเวลาการยื่นคำชี้แจงและเอกสารหลักฐานออกไปอีก 7 วัน จากกำหนดเดิมวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงมีรายละเอียดจำนวนมาก
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคำร้องรวม 28 เรื่อง และได้รับไว้พิจารณาทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่
1.ปมละเมิดสิทธิ - ลงคะแนนไม่เป็นความลับ 18 เรื่อง
ผู้ร้อง 18 ราย เห็นว่า การพิมพ์บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจเปิดช่องให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งหากเป็นจริง จะกระทบหลักการสำคัญของการเลือกตั้งที่ต้องเป็น “ความลับ” และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ประเด็นนี้ หากผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า มีมูลเพียงพอ สามารถเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้โดยตรง
2. ปมจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย 10 เรื่อง
อีก 10 เรื่อง เป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งของ กกต. และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รวมถึงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ในส่วนนี้ เป็นอำนาจวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินโดยตรง ซึ่งไม่มีกรอบเวลาตายตัว ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของคำร้องและพยานหลักฐาน
ปัจจุบัน ผู้ตรวจการแผ่นดินมี 2 คน คือ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ไทม์ไลน์ชี้ชะตาเลือกตั้งต้น มี.ค.
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็น “เส้นตาย”ที่ กกต.ต้องส่งคำชี้แจง หากส่งครบถ้วน ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจนำเข้าหารือเพื่อพิจารณาว่า “มีมูล” เพียงพอที่จะเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่
มีความเป็นไปได้ว่า การพิจารณาอาจเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 หรือ อย่างช้าภายในต้นเดือนมีนาคมนี้
หากผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรับคำร้องไว้พิจารณา กระบวนการเลือกตั้งปี 2569 อาจเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทางกฎหมายชั่วคราว โดยเฉพาะหากมีคำวินิจฉัยที่กระทบต่อความชอบธรรมของการเลือกตั้งทั้งระบบ
เกมเดิมพันความเชื่อมั่น
แม้ กกต. จะยืนยันก่อนหน้านี้ว่า “บาร์โค้ด / คิวอาร์โค้ด” มีไว้เพื่อควบคุมและป้องกันการปลอมแปลง และไม่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ แต่ข้อกังขาที่เกิดขึ้นได้ขยายวงจากประเด็นเทคนิค ไปสู่ประเด็น “ความไว้วางใจ” ในกระบวนการเลือกตั้ง
สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ความไม่ชัดเจนทางกฎหมายของการเลือกตั้ง ย่อมส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล การรับรองผลเลือกตั้ง และ เสถียรภาพทางการเมืองในภาพรวม
ต้นเดือนมีนาคม 2569 จึงอาจเป็นช่วงเวลาชี้ขาดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเดินหน้าต่อไปตามปกติ หรือ จะต้องเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ในศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง
สถานการณ์ทั้งหมดกำลังเข้าสู่โหมด “จับตาใกล้ชิด” ทั้งในทางการเมืองและทางกฎหมาย เพราะคำวินิจฉัย “ศาลรัฐธรรมนูญ” อาจเปลี่ยนสมการการเมืองที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง...
รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4178





