
“มงคลกิตติ์”ยื่นศาลปกครองขอระงับรับรองผลเลือกตั้ง สส.
“มงคลกิตติ์”ร้องศาลปกครองกลางไต่สวนฉุกเฉิน ขอสั่ง กกต.ชะลอรับรองผลเลือกตั้ง อ้างลงคะแนนนอกราชอาณาจักรผ่านไปรษณีย์ไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญ
KEY
POINTS
- นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.
- อ้างว่า การลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรผ่านไปรษณีย์ไม่เป็นไปตามหลักการลงคะแนนโดยลับ และกระบวนการจัดส่งบัตรไม่ได้อยู่ในการควบคุมของรัฐไทย
- ชี้ว่าระเบียบ กกต. เกี่ยวกับการลงนามบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งในต่างประเทศโดยทูต อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและหลักความเสมอภาค
- ร้องขอให้ศาลปกครองส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเฉพาะในส่วนของการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ใช้วิธีลงคะแนนผ่านทางไปรษณีย์
นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า การลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วยวิธีส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ไม่เป็นไปตามหลักการลงคะแนนโดยลับ เนื่องจากมีการจัดส่งบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อไปยังที่พำนักของผู้มีสิทธิในต่างประเทศ ผ่านระบบไปรษณีย์ของประเทศนั้น ๆ ซึ่งระหว่างกระบวนการจัดส่งและส่งกลับ ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐไทยโดยตรง
ทั้งนี้ มีประชาชนจำนวนหนึ่งเผยแพร่ภาพ หรือไลฟ์สดแสดงบัตรเลือกตั้งก่อนลงคะแนน แม้จะมีการบดบังไม่ให้เห็นว่า กาให้ผู้สมัครหรือพรรคใด แต่ระหว่างการขนส่ง หากมีการใช้แสงส่องผ่านซองจดหมาย อาจสามารถมองเห็นร่องรอยการลงคะแนนได้ อีกทั้งระหว่างการลงคะแนนยังมีบุคคลอื่นอยู่ในบริเวณเดียวกัน จึงอาจเข้าข่ายไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
นายมงคลกิตติ์ ยังระบุด้วยว่า ระเบียบ กกต.ที่ออกเพิ่มเติมตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นการลงนามที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ซึ่งในประเทศให้ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เป็นผู้ลงนาม แต่ในต่างประเทศให้อัครราชทูตเป็นผู้ลงนาม และไม่มีการลงนามโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งเอง อาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติและไม่เป็นไปตามหลักความเสมอภาค
ทั้งนี้ ได้ยื่นคำร้องให้ศาลปกครองกลาง ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 หรือไม่ พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการประกาศผลเลือกตั้งไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า ได้ยื่นตัวอย่างกรณีประชาชนไลฟ์สดก่อนลงคะแนนจำนวน 38 กรณี เพื่อประกอบการพิจารณาของศาล และตั้งข้อสังเกตว่า การออกระเบียบรองรับการลงคะแนนทางไปรษณีย์นั้น กกต.ได้ขอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญก่อนหรือไม่
นอกจากนี้ ยังฝากถึง กกต.ทั้ง 7 คน และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่า หากประชาชนจำนวนมากไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ควรพิจารณาจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ได้กระบวนการที่โปร่งใสและเป็นที่ยอมรับ โดยเสนอให้มีทหารประจำหน่วยเลือกตั้งหน่วยละ 2 นาย นักศึกษา 3 คนร่วมเป็นกรรมการประจำหน่วย และถ่ายทอดสดบรรยากาศการลงคะแนน เพื่อป้องกันการทุจริต
นายมงคลกิตติ์ มองว่า งบประมาณการเลือกตั้งประมาณ 6,000 ล้านบาท ไม่มากเมื่อเทียบกับความเสียหายทางการเมือง หากเกิดความวุ่นวายจากความไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง พร้อมเตือนด้วยความหวังดีว่า หากผู้เกี่ยวข้องไม่รับฟังคำเตือน อาจต้องเผชิญปัญหาทางกฎหมายในอนาคต
เมื่อถูกถามว่า หากศาลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะกระทบต่อ ส.ส.ของพรรคทางเลือกใหม่หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ตอบว่า ก็ต้องลงสมัครใหม่ และมั่นใจว่ายังได้รับความไว้วางใจจากประชาชน พร้อมยืนยันว่า การตัดสินใจทางการเมืองยังเดินหน้าได้หลายแนวทางควบคู่กัน

