thansettakij
เอกชนลุ้น กกต.รับรองผลเลือกตั้ง เร่งฟอร์ม ครม.มืออาชีพ แก้ไทยพ้น “คนป่วยเอเชีย”

เอกชนลุ้น กกต.รับรองผลเลือกตั้ง เร่งฟอร์ม ครม.มืออาชีพ แก้ไทยพ้น “คนป่วยเอเชีย”

15 ก.พ. 2569 | 07:57 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.พ. 2569 | 07:58 น.

ภาคอุตสาหกรรม หวั่นเกมการเมืองยืดเยื้อกระทบงบลงทุนรัฐและความเชื่อมั่นนักลงทุน ลุ้น กกต.รับรองผลเลือกตั้ง เร่งตั้ง ครม.เศรษฐกิจมืออาชีพ เร่ง FTA-เบิกจ่ายงบประมาณ ฟื้นเศรษฐกิจโตต่ำกว่า 2% ให้กลับมามีทิศทางชัดเจน

KEY

POINTS

  • ภาคเอกชนเรียกร้องให้ กกต. เร่งรับรองผลการเลือกตั้ง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เพราะกังวลว่าความล่าช้าจะกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ
  • ต้องการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้านเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพ ไม่ใช่การแต่งตั้งตามโควตาการเมือง เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเติบโตต่ำที่ทำให้ไทยถูกมองว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย”
  • รัฐบาลใหม่มีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ คือ การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และสร้างความชัดเจนด้านนโยบายเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองหลังการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และยังมีปัญหาต่าง ๆ ตามมา ขณะที่พรรคภูมิใจไทยแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอยู่ระหว่างการคัดเลือกพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้มีฐานเสียงมั่นคงที่สุดเพื่ออยู่ให้ครบวาระ 4 ปี โดยประกาศจะผลักดันจีดีพีประเทศให้ขยายตัวได้ที่ระดับ 3%

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้ยังต้องรอ กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง เพื่อนำไปสู่การฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้สิ่งที่ภาคเอกชนห่วงไม่ใช่เพียงสูตรจัดตั้งรัฐบาล แต่คือคุณภาพคนทำงาน ในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ด้านเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำกว่า 2% ต่อเนื่อง และถูกสื่อต่างประเทศบางแห่งเปรียบเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” โดยมองว่าประเทศยังมีทางรักษา หากได้ทีมงานที่เข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง ไม่ใช่การแต่งตั้งตามโควตาการเมืองหรือผลประโยชน์ทางอำนาจ

อภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ในมุมมองของภาคอุตสาหกรรมสะท้อนตรงกันว่า รัฐบาลใหม่ต้องดึงมืออาชีพเข้ามาแก้เกมเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เปรียบเหมือนคนป่วยที่ต้องการแพทย์เฉพาะทาง ไม่ใช่มาตรการเฉพาะหน้าหรือการทดลองนโยบายที่ไม่ตอบโจทย์ เพราะทุกความผิดพลาดจะยิ่งซ้ำเติมความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

อีกประเด็นสำคัญที่ถูกย้ำคือความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล หากการเมืองยืดเยื้อจะกระทบโดยตรงต่อการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่การส่งออกและการบริโภคยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การไม่มีรัฐบาลเต็มรูปแบบจะทำให้โครงการลงทุนรัฐชะงัก งบปี 2569 ที่ค้างอยู่เดินหน้าได้ช้า และงบปี 2570 ไม่สามารถเตรียมเสนอ ครม.ได้ทันเวลา

“สถานการณ์นี้เหมือนเศรษฐกิจไทยกำลังนอนรอออกซิเจน หากงบประมาณไม่ลงระบบก็เท่ากับไม่มีแรงกระตุ้นใหม่เข้าสู่ตลาด ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อการจ้างงาน รายได้ครัวเรือน และกำลังซื้อ ซึ่งท้ายที่สุดจะสะท้อนกลับมาเป็นตัวเลขจีดีพีที่ซบเซาต่อเนื่อง”

ด้านวาระเร่งด่วน นายอภิชิตเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในหลายกรอบที่ค้างมานาน รวมถึงประเด็นภาษีตอบโต้ทางการค้าและมาตรการกีดกันต่าง ๆ ที่สร้างความไม่แน่นอนให้ผู้ส่งออกไทย เพราะสิ่งที่นักลงทุนกังวลมากที่สุดไม่ใช่ต้นทุนภาษี แต่คือความไม่ชัดเจนของนโยบาย เมื่อกติกาไม่แน่นอน การตัดสินใจลงทุนย่อมชะลอออกไป

อย่างไรก็ดีหากรัฐบาลสามารถกำหนดทิศทางการค้า การลงทุน และมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ชัด จะช่วยดึงเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่หลายชาติแข่งขันดึงซัพพลายเชนและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

สำหรับภาพ ครม.เศรษฐกิจในฝัน ของภาคเอกชน คือทีมที่ทำงานแบบมืออาชีพ โปร่งใส และเปิดให้เอกชนมีส่วนร่วมติดตามผลอย่างเป็นระบบ เช่น การใช้แดชบอร์ดวัดความคืบหน้านโยบายแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นผลงานที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงคำสัญญาเชิงนโยบาย แนวทางดังกล่าวเคยสร้างความเชื่อมั่นได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ และอยากเห็นถูกนำกลับมาใช้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ภาคเอกชน และภาคธุรกิจ พร้อมทำงานกับรัฐบาลทุกรูปแบบ ขอเพียงมีเสถียรภาพและทีมเศรษฐกิจที่เข้าใจโจทย์ประเทศ เพราะโจทย์ใหญ่วันนี้ไม่ใช่การแข่งขันทางการเมือง แต่คือการแข่งขันทางเศรษฐกิจกับภูมิภาค หากรัฐบาลใหม่ตั้งหลักได้เร็ว เดินหน้างบประมาณ เร่ง FTA และสร้างความชัดเจนนโยบาย ก็ยังมีโอกาสพาเศรษฐกิจไทยหลุดพ้นภาพ “คนป่วยแห่งเอเชีย” และกลับสู่เส้นทางการเติบโตได้อีกครั้ง