
เช็กด่วน 15 ก.พ. วันสุดท้าย แจ้งเหตุไม่ไปเลือกตั้ง สส.-ประชามติ 69 ออนไลน์
กกต. ย้ำชัด 15 ก.พ. นี้ วันสุดท้ายของการแจ้งเหตุจำเป็นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. - ออกเสียงประชามติ 2569 ทำได้ง่าย ๆ ผ่านออนไลน์ แอป 'ทางรัฐ' หรือ 'Smart Vote' สรุปรายละเอียดทั้งหมดไว้ให้ที่นี่
KEY
POINTS
- กกต. กำหนดให้วันที่ 15 ก.พ. 69 เป็นวันสุดท้ายสำหรับผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ในการแจ้งเหตุจำเป็น
- สามารถแจ้งเหตุผลได้หลายช่องทาง เช่น ผ่านเว็บไซต์ กกต., แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" หรือ "Smart Vote", การยื่นด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์
- หากไม่แจ้งเหตุผลอันสมควรจะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี เช่น ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งต่างๆ ได้
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ลืมหรือมีเหตุจำเป็นไม่ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดให้แจ้งเหตุจำเป็นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และ ออกเสียงประชามติ 2569 เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายแล้ว
"ฐานเศรษฐกิจ" พาไปทบทวนขั้นตอน ช่องทางแจ้งเหตุจำเป็นซึ่งมีรายละเอียดและขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. กรณีไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.2569
ช่องทางการแจ้งเหตุ
แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์
- เว็บไซต์ กกต. www.ect.go.th
- เว็บไซต์กรมการปกครอง: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/
- แอปพลิเคชัน: "ทางรัฐ" หรือ "Smart Vote"
ทั้งนี้ สามารถทำผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ โดยพิมพ์คำค้นหาว่า "แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส."
ยื่นด้วยตนเอง: ต่อต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น
ส่งทางไปรษณีย์: โดยต้องเป็นไปรษณีย์ลงทะเบียน
มอบหมายผู้อื่น: ทำหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งตามข้อ 1.2 – 1.4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือโดยต้องระบุรายละเอียด ดังนี้
- หมายเลขประจำตัวประชาชน
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
- เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
ผลของการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการไม่แจ้งเหตุ
หากไม่ไปใช้สิทธิและไม่ได้แจ้งเหตุหรือแจ้งแล้วแต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควรจะถูก "จำกัดสิทธิ" 5 ประการ ดังนี้
- ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส. ไม่ได้
- สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส., สมาชิกสภาท้องถิ่น, ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว. ไม่ได้
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ไม่ได้
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองไม่ได้
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น, เลขานุการ/ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น, ประธานที่ปรึกษา/ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้
ระยะเวลาการจำกัดสิทธิ:
กำหนดครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ หากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปแล้วยังไม่ไปอีก ให้เริ่มนับเวลาจำกัดสิทธิใหม่ (2 ปี) โดยให้การจำกัดสิทธิครั้งก่อนสิ้นสุดลง
2. กรณีไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
ช่องทางการแจ้งเหตุ
แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์:
- ผ่านเว็บไซต์ กกต. www.ect.go.th
- กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausepm/
- แอปฯ "ทางรัฐ" / "Smart Vote" (พิมพ์ค้นหา "แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ")
ยื่นด้วยตนเอง
มอบหมายผู้อื่นไปยื่นแทน
ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งตามข้อ 2.2 – 2.4 ต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือโดยระบุเลขบัตรประชาชน, ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และเหตุผลที่ไม่ไปใช้สิทธิ
ผลของการไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
หากไม่แจ้งเหตุจะถูกจำกัดสิทธิ 5 ประการ (คล้ายกรณี สส.) ดังนี้
- สมัครรับเลือกตั้ง สส., สมาชิกสภาท้องถิ่น, ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว. ไม่ได้
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านไม่ได้
- เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 9 (5) เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติไม่ได้
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองไม่ได้
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น และคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายไม่ได้
ระยะเวลาการจำกัดสิทธิ:
กำหนดครั้งละ 2 ปี นับแต่วันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่







