
ไม่ไปเลือกตั้ง สส.- ออกเสียงประชามติ แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิออนไลน์ ได้ถึงวันไหน
กกต. ย้ำแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. -ออกเสียงประชามติ ภายใน 7 วัน หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ยื่นผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ก่อนโดนตัดสิทธิ์ 2 ปี
KEY
POINTS
- ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ต้องแจ้งเหตุผลภายใน 7 วันหลังวันเลือกตั้ง (9-15 ก.พ. 2569) เพื่อไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิ
- สามารถแจ้งเหตุได้หลายช่องทาง ทั้งทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ กกต. หรือแอปพลิเคชัน, ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานทะเบียน, หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
- หากไม่แจ้งเหตุผลหรือไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่มีเหตุอันควร จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี เช่น สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้ง สส. สว. และตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ
ผ่านพ้นวันเลือกตั้งทั่วไปและการออกเสียงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งเตือนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ เน้นย้ำหากมีเหตุจำเป็นไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. หรือไม่ไปออกเสียงประชามติ สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ตามขั้นตอน ดังนี้
1. กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ดังนี้
- ก่อนวันเลือกตั้ง วันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ 2569
- หลังวันเลือกตั้ง วันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2569
ช่องทางการแจ้งเหตุ
1.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน
- เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th
- เว็บไซต์กรมการปกครอง (คลิกแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.)
- แอปพลิเคชัน ทางรัฐ หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote
1.2 ยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น
1.3 ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
1.4 ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
สำหรับแจ้งตามข้อ 1.2-1.4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือซึ่งต้องระบุ
- หมายเลขประจำตัวประชาชน
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
- เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
ไม่ไปเลือกตั้ง สส. ถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง
หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วแต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิดังต่อไปนี้
- ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการ ผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง
แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงได้
- ก่อนวันออกเสียง วันที่ 14 มกราคม - 7 กุมภาพันธ์ 2569
- หลังวันออกเสียง วันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2569
ช่องทางการแจ้งเหตุ
1. แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน
- เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th
- เว็บไซต์กรมการปกครอง (คลิกแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ)
- แอปพลิเคชัน ทางรัฐ หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote
2. ยื่นด้วยตนเอง
3. ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
4. ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน
โดยแจ้งตามข้อ 2- 4 ต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ โดยระบุ
- หมายเลขประจำตัวประชาชน
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
- เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง
ไม่ไปออกเสียงประชามติเสียสิทธิอะไรบ้าง
ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้
- สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
- เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (5) (บัญญัติว่า การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด)
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง และหากในการออกเสียงครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใดให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง







