thansettakij
thansettakij
​กกต. งัดหลักฐานแจงยิบงบ 8.9 พันล้าน! ฮึ่มฟันเฟคนิวส์ปั่นโกงเลือกตั้ง

​กกต. งัดหลักฐานแจงยิบงบ 8.9 พันล้าน! ฮึ่มฟันเฟคนิวส์ปั่นโกงเลือกตั้ง

12 ก.พ. 69 | 07:44 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.พ. 69 | 07:57 น.

​​เปิดเบื้องหลังงบ 8.9 พันล้าน! กกต. แจงยิบดราม่าเลือกตั้ง ยอมรับข้อผิดพลาดกปน. เหนื่อยล้าทำเรท พร้อมเตือนพวกปั่นข่าวเท็จระวังคุก ชี้วิจารณ์ได้แต่ต้องจริง ยันเร่งสอบทุจริตทุกเขตให้ชัดเจน

KEY

POINTS

  • กกต. ชี้แจงรายละเอียดการใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งจำนวน 8.9 พันล้านบาท เพื่อตอบโต้ข้อวิจารณ์เรื่องความไม่โปร่งใสและไม่คุ้มค่า
  • กกต. ยอมรับข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานบางส่วน เช่น การรายงานผลคะแนนออนไลน์ที่คลาดเคลื่อน และกำลังเร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนทุจริตต่างๆ
  • กกต. เตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวปลอม (เฟคนิวส์) ที่บิดเบือนข้อมูลและสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการโกงเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งสส.-ประชามติวันที่8กพ.นั้น เกิดกระเเสวิจารณ์การบริหารจัดการเลือกตั้งต่อสำนักงานกกต.หลายกรณีเเละเกิดการปลุกกระเเสกดดันการทำงานของกกต.รวมทั้งเรียกร้องให้กกต.ลาออกเเสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีต่างๆโดยเปรียบเทียบงบประมาณกว่า8.9พันล้านบาทที่ใช้ไปในวันที่8กพ.ว่าไม่คุ้มค่า/ไม่โปร่งใสนั้น

เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.เปิดเผยว่า  ข้อวิจารณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นทราบว่าที่ประชุมคณะกรรมการกกต.ได้หารือกันเเล้วตั้งเเต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นอย่างต่อเนื่อง    

โดยคณะกรรมการกกต.ได้กำชับเร่งรัดการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.จังหวัด-กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)/ข้อร้องเรียนต่างๆใน400เขต/ข่าวสารที่สื่อมวลชนเเละสังคมออนไลน์เผยเเพร่ทุกกรณีนั้น กกต.รับมาตรวจสอบ เเละจะต้องชี้เเจงต่อสังคมโดยเร็วที่สุดไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนบางฝ่ายนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองต่อไป

เเหล่งข่าวกล่าวว่า  ที่ผ่านมากกต.ทำงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง จะพบว่า ได้สกัดกั้นเเละจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อเสียงใน.จ.เชียงราย จ.ราชบุรี จ.สุราษฎร์ฯ เเละสกัดการเตรียมการทุจริตได้หลายพื้นที่  ทั้งนี้ยอมรับว่าการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครสส.บางรายยังเกิดขึ้น  เเต่จำนวนบุคลากรของสำนักงานกกต.ที่สนธิกำลังกับตำรวจนั้นยังทำงานสืบสวนกันอย่างเต็มที่ 

”เช่นหีบบัตรเลือกตั้งที่จำหน่ายในสังคมออนไลน์นั้นกกต.กำลังตรวจสอบเอกชนที่ประมูลการผลิตหีบบัตรเลือกตั้งว่าได้ละเมิดสัญญากับกกต.ในเรื่องนี้หรือไม่ หรืออาจมีบางฝ่ายลักลอกผลิตเเละออกเเบบหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกกต. โดยได้ตรวจสอบกับผู้ค้าออนไลน์ในเรื่องนี้เเล้วเช่นกัน

ส่วนเบาะเเสการทุจริตที่เกิดขึ้นนั้นกกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เเละได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติให้ช่วยตรวจสอบเบาะเเส/จับกุมกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงทั่วประเทศไว้ก่อนการเลือกตั้งเเล้วเเละกำลังสืบสวนทางลับหลายเขต  ดังนั้นข้อร้องเรียน/ข้อสังเกตต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่8กพ.จนถึงปัจจุบันนั้น กกต.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลทุจริตต่างๆเเละจะเเจ้งต่อสังคมโดยเร็วที่สุดเมื่อได้ข้อยุติ”เเหล่งข่าวกล่าวเเละว่าส่วนการดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น จ.ชลบุรี เขต1 /จ.ปทุมธานี เขต7นั้น กกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ไม่เช่นนั้นกกต.จังหวัดจะต้องรับผิดทางกฎหมายเสียเอง

เเหล่งข่าวกล่าวว่า ข้อวิจารณ์การใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งเมื่อเทียบกับผลของการบริหารจัดการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น    ขอเรียนว่าการจัดการเลือกตั้ง-ประชามติครั้งนี้นั้น มติครม.วันที่23 ธันวาคม 2568 ได้อนุมัติในหลักการให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท ประกอบด้วย

1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเอง จำนวน 7,276,423,790 บาท 2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสนับสนุนที่ร่วมดำเนินการ จำนวน 1,701,843,900 บาท

เเหล่งข่าวกล่าวว่า  ขอเรียนว่า  จำนวนบุคลากร ของสำนักงานกกต. ที่ปฏิบัติงานอยู่ ณ ปัจจุบันรวมผู้บริหารและพนักงาน มีจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คน  ส่วนหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งใน400เขตเเละกระจายไปใน99480 หน่วยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 มีผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)หน่วยละ 15 คน แบ่งเป็น  1.ประธานกรรมการประจำหน่วย  1  คน

2.กรรมการประจำหน่วย สส. และ ออกเสียงประชามติ รวมหน่วยละ 12 คน

3.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยละ 2 คน รวม กปน. ทั้งหมด 1,492,200 คน 

“ดังน้้นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น การทุจริตของกปน.ที่เกิดขึ้นบางหน่วยนั้น ตรงนี้ได้กำชับการสอบสวนข้อเท็จจริง/ขยายผลก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด   ส่วนสิ่งที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ของกปน.บางหน่วย กกต.ยอมรับ/กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงเเละอาจมีการลงโทษตามกฎหมาย/ปรับปรุงการทำหน้าที่ของบุคลากรกกต./กปน.ให้ดีขึ้น”เเหล่งข่าวกล่าวเเละว่า
ปัญหาระบบรายงานผลการเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้ง/กกต.จังหวัดเเบบออนไลน์นั้น รายงานดังกล่าวเป็นรายงานขั้นต้นเเละกกต.ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง/คะเเนนของผู้สมัครสส.เเละพรรคอย่างเป็นทางการภายในหกสิบวัน   กกต.ยอมรับข้อบกพร่องนี้เเละจะนำไปปรับปรุง

“ เพราะกกต.จังหวัดเเละกปน.บางหน่วยกรอกคะเเนนคลาดเคลื่อนอาจมาจากการเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่เพราะกกต.จังหวัดเเละกปน.ต้องเริ่มทำงานตั้งเเต่เช้ามืดวันที่8กพ. เพื่อไปรับบัตรเลือกตั้งก่อนไปหน่วยเลือกตั้งเเละปฏิบัติหน้าที่จนการนับคะเเนน การรายงานผลการเลือกตั้ง การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่ที่กำหนดเสร็จสิ้น   บางหน่วยกปน.เสร็จภารกิจในเวลา03.00น.วันที่9กพ.“
เเหล่งข่าวระบุ

เเหล่งข่าวกล่าวว่า เเต่การสร้างข่าวเท็จ/เฟคนิวส์/ความเห็นของฝ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นจากบางกลุ่ม-บางพรรคที่เผยเเพร่ในสังคมออนไลน์/สื่อมวลชนในเชิงสร้างความเข้าใจผิดโดยการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ เเะลคลาดเคลื่อน เช่น กกต.กับบางพรรคร่วมกันโกง/จัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส/บัตรเขย่ง/QR Code -Bar Code บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบค้นได้ว่าบัตรนั้น ใครคือผู้ลงคะเเนนเเละไม่เป็นความลับ/การขู่เอาผิดกับสำนักงานกกต.นั้น ความเห็นของฝ่ายต่างๆที่ออกมาเเสดงทัศนะเหล่านี้หากกระทำโดยชอบนั้น ดำเนินการได้เเต่ความเห็นเหล่านั้นหากมีการบิดเบือน ยั่วยุ ควรยุติเพราะอาจผิดกฎหมายหลายมาตรา

“ อย่าลืมว่า กฎหมายให้เวลาหกสิบวันในการรับรองการเลือกตั้ง ดังนั้นควรให้เวลากกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย เเละกฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใล้สิทธิตรวจสอบการทำงานของกกต.ไว้เเล้ว หากมองว่ากกต.ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมาย

เนื่องจากการให้ข้อมูลดังกล่าวของฝ่ายต่างๆอาจสร้างความสับสน  บิดเบือน ดิสเครดิตกกต. จนเกิดการสร้างกระเเสความไม่ยอมรับผลคะเเนนใน400เขตเเม้การรายงานผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาก็ตาม   ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายรอการเเถลงข่าวของกกต.ที่จะชี้เเจงสังคมโดยเร็วที่สุดในประเด็นข้างต้นจะเหมาะสมที่สุด“

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • กกต.