thansettakij
กกต.ลั่นชงศาลถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ไม่กระทบเลือกตั้ง

กกต.ลั่นชงศาลถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ไม่กระทบเลือกตั้ง

04 ก.พ. 2569 | 08:05 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.พ. 2569 | 08:14 น.

กกต.ชี้ส่งศาลฎีกาถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส. ไม่กระทบเลือกตั้ง เหตุเป็นบัญชีรายชื่อ เลื่อนลำดับแทนได้ เตือน “มงคลกิตติ์”หาเสียงชูนโยบายเปลี่ยนโลก เข้าข่ายผิดกฎหมาย

KEY

POINTS

  • กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาถอนชื่อผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 28 ราย
  • ผู้สมัครทั้ง 28 รายขาดคุณสมบัติเนื่องจากอยู่ระหว่างถูกจำกัดสิทธิจากการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
  • กกต. ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคการเมืองสามารถเลื่อนลำดับผู้สมัครในบัญชีขึ้นมาทดแทนได้

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงกรณีที่ กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาถอนชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 28 ราย ที่ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากอยู่ระหว่างถูกจำกัดสิทธิจากการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง  

นายแสวง ชี้แจงว่า ผู้ที่ กกต. เสนอให้ถอนชื่อ เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกจำกัดสิทธิ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบต้องใช้เวลาเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้สมัคร ให้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งผลให้การพิจารณาใช้เวลาพอสมควร ก่อนที่ กกต. จะมีมติดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทั้ง 28 ราย เป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อจากหลายพรรคการเมือง หากศาลฎีกายังไม่สามารถมีคำสั่งได้ทันก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้งเหมือนกรณีผู้สมัครแบบแบ่งเขต เนื่องจากพรรคการเมืองสามารถเลื่อนลำดับผู้สมัครในบัญชีรายชื่อขึ้นมาทดแทนได้ตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ออกหาเสียงโดยชูนโยบายลักษณะ “เปลี่ยนโลก” อาทิ การสร้างจูราสสิกพาร์คให้ไดโนเสาร์มีชีวิต การสนับสนุนเที่ยวอาบอบนวดคนละครึ่ง รวมถึงการเข้าซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นนโยบายที่ถูกตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ และความชอบด้วยกฎหมาย

นายแสวง ระบุว่า พรรคทางเลือกใหม่ได้ส่งนโยบายดังกล่าวมาให้ กกต. ตรวจสอบตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แต่เป็นการส่งหลังจากวันที่ 19 มกราคม ซึ่งเป็นกำหนดเส้นตายที่ กกต. กำหนดให้ทุกพรรคต้องส่งนโยบายที่มีการใช้จ่ายงบประมาณมาให้ตรวจสอบ

ทั้งนี้ นโยบายที่เป็นประเด็นดังกล่าวเป็นเพียง 1 ใน 32 นโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่เสนอ โดย กกต. และคณะกรรมการตรวจสอบฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า นโยบายบางประการที่นำไปใช้หาเสียงต่อสาธารณะ อาจเข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย หรือเป็นนโยบายที่ไม่สามารถดำเนินการได้จริง  

ด้วยเหตุนี้ กกต.จึงได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังพรรคทางเลือกใหม่ในฐานะพรรคต้นสังกัด พร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างละเอียดว่า นโยบายใดเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป