thansettakij
ด่วน! กกต.ชงศาลฎีกาถอนชื่อผู้สมัคร สส.อีก 28 ราย หัวหน้าพรรคหนาว

ด่วน! กกต.ชงศาลฎีกาถอนชื่อผู้สมัคร สส.อีก 28 ราย หัวหน้าพรรคหนาว

03 ก.พ. 2569 | 11:10 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 11:31 น.

กกต.มีมติส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.อีก 28 ราย หลังพบยังถูกจำกัดสิทธิ์เหตุไม่ไปเลือกตั้ง เล็งฟันอาญาทั้งผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค โทษหนักถึงจำคุก-ตัดสิทธิ์ 20 ปี

KEY

POINTS

  • กกต. มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ถอนชื่อผู้สมัคร สส. เพิ่มอีก 28 ราย
  • สาเหตุหลักมาจากผู้สมัครถูกจำกัดสิทธิ เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งก่อนและไม่ได้แจ้งเหตุอันควร
  • ผู้สมัครที่รู้ว่าขาดคุณสมบัติอาจถูกดำเนินคดีอาญา มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
  • หัวหน้าพรรคที่ลงนามรับรองผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ อาจต้องรับผิดชอบ และมีโทษจำคุกเช่นกัน

วันนี้( 3 ก.พ. 69) แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า การประชุม กกต. ในสัปดาห์นี้ มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงาน กกต. ให้ดำเนินการ ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้มีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคการเมืองต่างๆ เพิ่มอีก 28 ราย หลังตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าวอยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

สาเหตุสำคัญมาจาก ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งก่อน และไม่ได้แจ้งเหตุแห่งการไม่ไปใช้สิทธิ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 35 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 ขณะนี้สำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำร่างคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ ก่อนมอบหมายให้ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตามขั้นตอนกฎหมาย

ศาลสั่งไม่ทันเลือกตั้งยังเป็นผู้สมัครแต่ไม่รับรองผล

แหล่งข่าวระบุว่า ตามบทบัญญัติกฎหมาย หากมีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแล้ว แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัคร ไม่ทันก่อนวันเลือกตั้ง จะยังถือว่าบุคคลทั้ง 28 รายมีสถานะเป็นผู้สมัครโดยสมบูรณ์ สามารถลงแข่งขันได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หากบุคคลใดได้รับเลือกตั้ง กกต.จะไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และจะต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นทันที สร้างแรงกระเพื่อมทั้งทางการเมืองและงบประมาณเลือกตั้ง

กกต.เล็งฟันอาญาหนัก-ลามหัวหน้าพรรค

ไม่เพียงเท่านั้น กกต.เตรียมพิจารณาดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมกับผู้สมัครที่เข้าข่าย “รู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัคร แต่ยังลงสมัคร” ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มีโทษ

จำคุกตั้งแต่ 1–10 ปี

ปรับตั้งแต่ 20,000–200,000 บาท

และ ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนานถึง 20 ปี

หัวหน้าพรรคไม่รอด เซ็นรับรองก็โดน

ขณะเดียวกัน หัวหน้าพรรคการเมืองที่ลงนามรับรองการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ก็อาจต้องรับผิดชอบตามมาตรา 56 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

มีโทษตามมาตรา 120 คือ

จำคุกไม่เกิน 5 ปี

ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และศาลอาจสั่ง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี

แหล่งข่าวใน กกต. ระบุว่า กรณีนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนพรรคการเมืองอย่างชัดเจน ว่าการคัดกรองผู้สมัครต้องรอบคอบมากขึ้น เพราะความผิดไม่ได้จบแค่ตัวผู้สมัคร แต่ ลากยาวถึงผู้บริหารพรรคโดยตรง