

KEY
POINTS
โค้งสุดท้ายก่อนวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 “เนชั่นโพล” เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนครั้งใหญ่ หลังส่งทีมลงพื้นที่ภาคสนามแบบ เดินสำรวจ-เคาะประตูบ้าน ครอบคลุมคนไทยทุกภูมิภาคกว่า 10,890 ตัวอย่าง
ผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่เปลี่ยนโฉมอย่างมีนัยสำคัญ จากการเมือง “สองขั้ว” ในการเลือกตั้งปี 2566 สู่การเมือง “สามขั้ว” หรือที่ถูกนิยามว่า “การเมืองตรีศูล”
ภาพรวมทั้งประเทศ พรรคประชาชน (สีส้ม) กับ พรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) เบียดกันอย่างสูสี ชนิด หายใจรดต้นคอ ขณะที่ พรรคเพื่อไทย (สีแดง) ตามมาเป็นอันดับ 3 แต่ยังรักษาฐานเสียงสำคัญ และสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการพลิกขึ้นนำในหลายภูมิภาค ท่ามกลาง “พลังเงียบ” ของผู้ยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงราว 1 ใน 4 และอาจเป็นตัวแปรชี้ขาดผลการเลือกตั้งครั้งนี้
เนชั่นโพล“ส้ม-น้ำเงิน”สูสี
ผลสำรวจแนวโน้มการเลือกตั้ง สส.เขต ระดับประเทศ พบว่า พรรคภูมิใจไทย ได้ร้อยละ 21.14 พรรคประชาชน ร้อยละ 21.11 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.56 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 7.58 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 23.85
ขณะที่การเลือก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนพลิกขึ้นนำเล็กน้อย โดย พรรคประชาชน ได้ ร้อยละ 21.89 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 20.59 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.02 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 7.90 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 24.73
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันที่หักกันไม่ลง ระหว่าง 2 พรรคใหญ่อย่าง “ส้ม-น้ำเงิน” ขณะที่ “แดง” ยังไม่หลุดเกม และพร้อมกลับมาแย่งชิงพื้นที่ในหลายภูมิภาค
จากปี 66 สองขั้วสู่สามขั้ว
หากเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 ภาพการเมืองครั้งนี้ถือว่า เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะในครั้งนั้น คู่ชิงอันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย กับ พรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย มีคะแนนนิยมเพียง สส.เขต ร้อยละ 11.08 สส.บัญชีรายชื่อ ร้อยละ 9.62
แต่การเลือกตั้ง 2569 พรรคภูมิใจไทยขยับขึ้นมาเป็นหนึ่งในสองพรรคหลักเต็มตัว แสดงให้เห็นถึงการขยายฐานเสียงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในภาคอีสาน และ ภาคเหนือตอนล่าง
64%กา2บัตรพรรคเดียว
อีกประเด็นสำคัญคือ พฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 64.6 มีแนวโน้มเลือก สส.เขต และบัญชีรายชื่อ พรรคเดียวกัน ร้อยละ 35.4 เลือกต่างพรรค
อย่างไรก็ตาม มากกว่าครึ่งหนึ่ง เปลี่ยนพรรคจากการเลือกตั้ง ปี 2566 โดยเปลี่ยนการเลือก สส.เขต ร้อยละ 58.58 เปลี่ยนการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ ร้อยละ 58.97
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า “ความผูกพันพรรค” ลดลง ขณะที่การตัดสินใจเชิงนโยบาย และสถานการณ์เฉพาะหน้ามีผลมากขึ้น
ขอแก้ปากท้อง-ลดค่าครองชีพ
เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ใน 100 วันแรก พบว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลใหม่แก้ไขเร่งด่วน มากที่สุด อันดับ 1 คือ เพิ่มงาน-เพิ่มรายได้ (ค่าแรง/โอกาสทำมาหากิน/ช่วย SME) ร้อยละ 41.91
อันดับ 2 คือ ลดค่าครองชีพ โดยปรับโครงสร้างค่าน้ำ-ไฟ ขนส่งสาธารณะ/รถไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ร้อยละ 33.2
อันดับ 3 คือ การปราบคอร์รัปชัน และ การจัดการ “หนี้ครัวเรือน-หนี้นอกระบบ” ใกล้เคียงกันร้อยละ 23.27 และร้อยละ 22.05 ตามลำดับ
ขณะที่การออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มเลือกเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 56.26 แล ะเลือกไม่เห็นด้วย ร้อยละ 30.12
เป็นที่ชัดเจนว่า “เศรษฐกิจปากท้องประชาชน” คือสนามตัดสินใจหลัก มากกว่าประเด็นทางการเมือง
กทม.-ภาคกลางส้มนำ-น้ำเงินไล่จี้
ผลสำรวจรายภูมิภาค 9 ภูมิภาค เฉพาะ 3 อันดับแรกที่ได้คะแนนสูงสุด สรุปได้ดังนี้
กรุงเทพมหานคร: แนวโน้มเลือกตั้ง สส.เขต - พรรคประชาชน ร้อยละ 28.84 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 19.24 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.84 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 24.99
แนวโน้มเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 29.34 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.92 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.75 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 25.16
ภาคกลาง: แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.เขต - พรรคประชาชน ร้อยละ 20.82 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 16.68 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.12 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 34.92
แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 20.65 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.79 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.81 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 33.3
ตะวันออก"แดง"แซง
ภาคตะวันออก: แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.11 พรรคประชาชน ร้อยละ 15.51 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.18 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 33.44
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.49 พรรคประชาชน ร้อยละ 16.03 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 15.03 และไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 31.23
อีสาน"ภูมิใจไทย"ครอง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน: แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.58 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 25.81 พรรคประชาชน ร้อยละ 16.96 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 17.2
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 31.06 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.33 พรรคประชาชน ร้อยละ 16.04 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 19.44
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง: แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 27.05 พรรคประชาชน ร้อยละ 23.12 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.01 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 23.01
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 26.88 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 23.17 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.46 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 24.82
เหนือบน"แดง-ส้ม"ข่มกันไม่ลง
ภาคเหนือตอนบน: แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 33.27 พรรคประชาชน ร้อยละ 30.83 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 9.34 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 15.02
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 32.91 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 31.74 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 9.26 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 15.56
เหนือตอนล่าง"น้ำเงิน"ยึด
ภาคเหนือตอนล่าง : แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.87 พรรคประชาชน ร้อยละ 24.44 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.47 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 10.87
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.67 พรรคประชาชน ร้อยละ 24.77 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.35 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 11.22
ใต้ปชป.คืนชีพ-กล้าธรรมแทรก
ภาคใต้ตอนบน: แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 33.54 พรรคประชาชน ร้อยละ 19.5 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.15 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 17.79
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 34.6 พรรคประชาชน ร้อยละ 17.65 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 15.05 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 20.24
ภาคใต้ตอนล่าง: แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 23.46 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.27 พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 10.28 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.65
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 26.17 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 12.03 พรรคประชาชน ร้อยละ 11.43 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 33.01
“ส้ม-น้ำเงิน-แดง”ชิงที่ 1
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้อำนวยการเนชั่นโพล ชี้ว่า การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการเมืองสามขั้วอย่างแท้จริง พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และ พรรคเพื่อไทย ผลัดกันนำผลัดกันตามใน 9 ภูมิภาค โดยยังไม่พบพรรคใด “ทิ้งห่างแบบเบ็ดเสร็จ”
ในภาวะที่ผู้ยังไม่ตัดสินใจยังมีราว 25% “พลังเงียบ” เหล่านี้อาจเป็นตัวแปรสุดท้าย ที่จะชี้ว่า ส้ม-น้ำเงิน-แดง ใครจะเป็นผู้กุมอำนาจนำหลังปิดหีบ
สนามเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเลือกพรรค แต่คือการเลือกทิศทางประเทศ ภายใต้การเมืองแบบ “ตรีศูล” ที่ปลายทั้งสามยังแทงกันไม่ขาด
รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4171