

KEY
POINTS
เวทีดีเบตสนามเลือกตั้ง 2569 ทวีความดุเดือดขึ้นต่อเนื่องเมื่อแต่ละพรรคการเมืองต่างงัดนโยบายเด็ดหวังมัดใจประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ที่กำลังงวดเข้ามาทุกขณะโดยในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ซึ่งเป็นลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
ฐานเศรษฐกิจ พาไปเปิดนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยรวบรวมมาไว้ให้บางส่วนเพื่อให้ประชาชนใช้พิจารณาเกี่ยวกับการใช้เงินงบประมาณในการดำเนินนโยบายโครงการต่าง ๆ ของพรรคการเมืองโดยเฉพาะเรื่องของการแก้หนี้ครัวเรือน แก้หนี้นอกระบบ ให้กับประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เช่น แก้ปัญหาหนี้ครู หนี้เกษตรกร และ ผู้ประกอบการ เป็นต้น
ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ.2568 ที่กำหนดให้ต้องยื่นรายละเอียดนโยบายหาเสียงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง
-นโยบายเครดิตบูโรจ่ายจบลบประวัติ ให้โอกาสคนที่ติดปัญหาไม่ผ่านเครดิตบูโรด้วยการแก้กฎหมายเครดิตบูโร ซึ่งไม่มีการใช้งบประมาณแต่เป็นนการออกกฎหมายที่เป็นธรรมให้กับประชาชนเพื่อให้ได้รับโอกาสจากการได้รับเครดิตคืนทันทีเมื่อจ่ายหนี้จบ ทั้งนี้ หากมีการใช้งบจะใช้จากงบประมาณประจำปี
- รื้อระบบดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่คิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ไม่เป็นธรรม นำยอดเงินที่เหลือมาคำนวนดอกเบี้ยไม่ใช่นำเงินต้นมาคำนวนหายอดดอกเบี้ยบัตรเครดิต ไม่มีการใช้งปบะมาณโดยจะออกเป็นกฎหมายที่เป็นธรรมกับประชาชน ทั้งนี้ หากมีการใช้งบจะใช้จากงบประมาณประจำปี
- การลดหย่อนภาษีด้วยการนำ LTF ในรูปแบบเงื่อนไขเดิมนำกลับมาใช้โดยลดหย่อนภาษีสูงสุด 5 แสนบาท 15% ของรายได้ ระยะเวลา 5 ปีปฏิทิน เป็นการออกนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ส่งเสริมตลาดทุนเติบโตดังในอดีตจูงใจให้ประชาชนออมเงินโดยการซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ไม่มีการใช้งบประมาณ
นโยบายล้างหนี้ประชาชน โดยไม่ใช้งบประมาณแต่ใช้การบริหารและลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เนื่องจากปัจจุบันหนี้ครัวเรือนสูง หนี้ที่สูงนี้ทำให้ความสามารถในการบริโภคลดลง ความคุ้มค่าในการทำนโยบายนี้ คือ การคืนความในการบริโภคของประชาชนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
นโยบาย ล้างหนี้ วัยเกษียณ ใช้วงเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยการบริหารงบประมาณมาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี สำหรับความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบายเนื่องจากผู้ที่เกษียณจะมีรายได้น้อยลงและการที่ยังมีหนี้ทำให้ความสามารถในการบริโภคซึ่งมีน้อยอยู่แล้วต่ำลง การที่ผู้สูงอายุปลอดหนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สนับสนุนการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรี
นโยบายผ่อนดี 1 ปีฟรี 1 งวด ใช้วงเงิน 30,000 ล้านบาท โดยการบริหารระบบงบประมาณมาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี สร้างแรงจูงใจแก่ผู้ที่เป็นหนี้ให้ผ่อนตรงกำหนด
นโยบายล้างหนี้นอกระบบ วงเงิน 6,000 ล้านบาท เน้นการบริหารงบประมาณมาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี
ความคุ้มค่า เป็นการแก้ปมแรกของปัญหาเรื่องความยากจนโดยยกทุกคนให้พ้นจากเส้นความยากจน
นโยบายคนไทยไร้จน วงเงิน 60,000 ล้านบาท/ปี ใช้การบริหารงบประมาณมาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี
นโยบายของขวัญเพื่อคนไทย วงเงิน 3,500 ล้านบาท/ปี ใช้การบริหารงบประมาณมาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี
เงินทุนเจ้าบ้าน 36,000 บาททุกครัวเรือน ใช้เงินงบประมาณ 720,000 ล้านบาท โดยอ้างอิงฐาน 20 ล้านครัวเรือน ประโยชน์ที่จะได้ประชาชนมีเงินทุนสำรองในการประกอบอาชีพและลดหนี้นอกระบบ ทั้งยังช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนท่ามกลางสภาวะโลกผันผวน
นโยบายลดหนี้ครัวเรือน โครงการสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างชุมชนให้พึ่งพาตนเอง ลดภาระหนี้ครัวเรือน ใช้การดึงบริษัทเอกชนเข้ามาร่วมสร้างงาน สร้างอาชีพ ใช้งบประมาณในการศึกษาความเป็นไปได้ 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณปกติของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ
ปลดหนี้สิน แก้กฎหมายค้ำประกัน พักหนี้ ใช้วงเงิน 12,000 ล้านบาท
กองทุนกู้วิกฤตธุรกิจรายย่อย (แม่ค้าพ่อค้ารายย่อย) ให้เข้าถึงแหล่งทุนวงเงินไม่เกิน 3 แสนบาทเพื่อลดปัญหาเงินกู้นอกระบบ ใช้วงเงิน 50,000 ล้านบาท / 4 ปี ที่มาของเงิน จากธนาคารของรัฐ อาทิ ธ.ก.ส., ออมสิน และ ธนาคารกรุงไทย
ยกเลิกหนี้เกษตรกรที่ไม่เป็นธรรม ใช้วงเงินจากงบประมาณแผ่นดินจากการปรับฐาน ขยายโครงสร้างการจัดเก็บภาษีและเก็บในอัตราที่ก้าวหน้า รวม 108,816 ล้านบาท
นโยบายปลดหนี้เกษตรกร 4 ล้านครัวเรือนภายใน 4 ปี วงเงินที่ต้องใช้ 100,000 ล้านบาท จากงบประมาณแผ่นดิน
ปลดหนี้ด้วยอาชีพ จัดตั้ง "กองทุนพัฒนาและปลดหนี้ด้วยอาชีพแห่งชาติ" งบรวมปีละประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดินจากงบกลางรัฐบาล 50% จากงบส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรก และธนาคารของรัฐร่วมลงทุน 30%
ลดหนี้ครัวเรือน ลดดอกเบี้ยนอกระบบ ลดส่งต่อความยากจนให้ลูกหลาน, พักชำระหนี้กลุ่มเปราะบาง 3 ปี, เพิ่มช่องทางการเข้าถึงเงินในระบบด้วย Credit Score และเพิ่มการแข่งขันของสถาบันการเงิน โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน วงเงินรวม 22,500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องกู้หนี้นอกระบบ ลดค่าใช้จ่าย ดอกเบี้ยลง ซึ่งรัฐดูแลเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถจ่ายค่าดอกเบี้ยได้
ซื้อหนี้เกษตรกร และฟื้นฟูการทำการเกษตรด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปลี่ยน การพักหนี้ เป็น การซื้อหนี้คืน ใช้งบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 80,000 ล้านบาท
นโยบายเพิ่มเงินสมทบภาครัฐในกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ใช้งบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 8,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการออมภาคครัวเรือน ลดภาระงบประมาณสวัสดิการเยียวยาในอนาคต
เพิ่มเงินสมทบจากรัฐใน "กองทุนสวัสดิการชุมชน" ให้มากขึ้น ใช้งบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 3,200 ล้านบาท เป็นการเสริมภูมิคุ้มกันสังคมจากฐานล่างชุมชนเข้มแข็ง ลดจำนวนครัวเรือนยากจน
เครดิตบูโรจ่ายงบ ลบประวัติทันที ใช้เงินรัฐเป็นสารเร่ง โดยใช้งบกลาง ,เงินนำส่งจากแบงก์รัฐและพันธบัตรเพื่อสังคม วงเงิน 5,500 ล้านบาทเพื่อค้ำประกันความเสี่ยง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดสินเชื่อหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมหาภาคได้สูงถึง 10 เท่าและเปลี่ยน หนี้เสีย ให้กลับมาเป็นสภาพคล่อง
บัตรประชาชน Max (Smart Card) ลดต้นทุนชีวิตจริง เพิ่มแต้ม สร้างตัว และค้ำประกันทุนทำกิน วงเงิน 95,000 ล้านบาท โดยบริหารระบบงบประมาณและการบริหารระบบภาษี ซึ่งประชาชนจะมีเงินคงเหลือเพิ่มขึ้นทันที ลดความตึงเครียดสภาพคล่องและลดการกู้ฉุกเฉิน ลดหนี้นอกระบบ
บัตรประชาชนกู้ได้ 10,000 บาท ใช้งบประมาณแผ่นดินวงเงิน 140,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีเงินสำรองจ่ายเพื่อครบโครงการฯ 5 ปีก็จะนำงบประมาณนี้คืน กระทรวงการคลังกลับไปเป็นงบประมาณด้านอื่น ๆ ต่อไป
จัดตั้งธนาคารชาวพุทธ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจคุณธรรม ใช้งบประมาณการคลัง/งบพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน รวมถึงการปรับโอนงบประมาณจากกองทุนหรือโครงการด้านการเงินที่มีภารกิจซ้ำซ้อน เป็นโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระยะยาว ลดภาระรัฐจากปัญหาหนี้นอกระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายทุนสู่ชุมชน
หมู่บ้านเงินล้าน ใช้งบประมาณของส่วนราชการตามกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีปกติ ร่วมกับการจัดสรรรายได้รัฐ 127,923 ล้านบาท
ประกันสังคมแก้หนี้ ใช้งบประมาณกองทุนประกันสังคม 4,000 ล้านบาท
ยกหนี้ กยศ. ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีและการออกพันธบัตร วงเงิน 51,000 ล้านบาท/ปี
แก้ปัญหาหนี้ครู ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีและการออกพันธบัตร วงเงิน 40,000 ล้านบาท/ปี
คุณสู้หนี้ เราเคลียร์ให้ ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี วงเงิน 40,000 ล้านบาท/ปี
60 ปีปิดหนี้เสียไม่เกิน 2 แสน ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี วงเงิน 18,200 ล้านบาท/ปี
ยกหนี้เกษตรกรในกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีและการออกพันธบัตร วงเงิน 27,500 ล้านบาท/ปี
กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท/ปี เสริมสภาพคล่องให้คนในชุมชน พักชำระหนี้ทั้งต้นทั้งดอก 2 ปีเพื่อลดภาระให้สมาชิก
กองทุนหมุนเวียนตลาดรัฐมั่งคั่ง พ่อค้าแม่ค้าร่ำรวย ตลาดละ 1-2 ล้านบาท วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี (กระทรวงพาณิชย์) ให้พ่อค้าแม่ค้าหลุดพ้นจากหนี้นอกระบบ สนับสนุน 10,000 ตลาด
มีนโยบายแก้ปัญหาให้กับครัวเรือนภาคการเกษตร 8.14 ล้านครัวเรือน ซึ่งมีหนี้สินประมาณร้อยละ 60% ด้วยนโยบายต่าง ๆ โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน อาทิ จัดการหนี้ของเกษตรกร โดยโอนหนี้เกษตรกรมาพักไว้ที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ด้วยวิธีการตัดดอกเบี้ยค้างชำระทั้งหมดแล้วลดเงินต้นลง 50%
รัฐต้องแทรกแซง คือ เป็นผู้เจรจากับสถาบันเจ้าหน้าที่กว่า 90% เป็นสถาบันการเงินของรัฐและสถาบันเกษตรกร ปีละประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท 20 ปี วงเงินรวม 7.3 แสนล้านบาท
ยกเลิกหนี้สิน สร้างงานให้เกษตรกร วงเงิน 2 แสนล้านบาท ภายใน 4 ปี โดยตั้งงบประมาณเงินแผ่นดิน