

KEY
POINTS
ในสมรภูมิการเลือกตั้ง 2569 ข้อมูลจากเนชั่นโพล เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 ม.ค.69 สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการของประชาชนไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องปากท้อง แต่ยังมีประเด็น "ความมั่นคงชายแดน" ถึง 15.09% และ "การแก้รัฐธรรมนูญ" 7.93% ที่เป็นโจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาลชุดใหม่
นโยบายความมั่นคงได้กลายเป็น "Business Plan" ที่ทุกพรรคต้องแจกแจงความคุ้มค่าและที่มาของเงินต่อ กกต. และสาธารณชน
พรรคประชาชน แจ้งข้อมูลนโยบายต่อ กกต. ในศึกเลือกตั้ง 2569 นำเสนอพิมพ์เขียวที่เน้นการ "รื้อเชิงโครงสร้าง" โดยวางงบประมาณในหมวดการปฏิรูปและความมั่นคงรวมกว่า 21,965 ล้านบาท
นโยบายเรือธงคือ การปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย และส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี
ควบคู่ไปกับการ ปรับโครงสร้างกำลังพลเป็นแบบพีระมิด (Pyramid Structure) เพื่อลดจำนวนนายทหารระดับนายพลที่ล้นระบบ และนำงบประมาณไปจัดสรรเป็นสวัสดิการให้ทหารชั้นผู้น้อย รวมถึงโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับนายทหารระดับสูง ใช้งบประมาณ 665 ล้านบาทต่อปี
ในมิติการเมือง พรรคประชาชนเสนอ "จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" ผ่านการทำประชามติ โดยวางงบประมาณไว้ 3,000 ล้านบาทต่อครั้ง เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ทุกฝ่ายยอมรับและลดความขัดแย้ง
พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าด้วยแนวคิด "บริหารนำการเมือง" เน้นความมั่นคงทางกายภาพที่จับต้องได้ โดยเสนอ โครงการ สร้างกำแพงชายแดนเพื่อป้องกันภัยรุกราน บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยาวประมาณ 798 กิโลเมตร วงเงิน 866 ล้านบาท
สำหรับนโยบายกองทัพ พรรคชูโครงการ ทหารอาสา 1 แสนคน ที่เปลี่ยนจากระบบบังคับเป็นการสมัครใจ 100% ให้เงินเดือน 12,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้าง 4 ปี พร้อมสวัสดิการ การฝึกอาชีพ และโควตาพิเศษในการสอบเป็นนายสิบ ใช้งบประมาณสูงถึง 22,700 ล้านบาทต่อปี
พรรคชูเสาหลัก "พิทักษ์เอกราช" โดยมุ่งเพิ่มขวัญกำลังใจให้กำลังพลแนวหน้า พรรคเสนอ ปรับเงินเดือนพลทหารเป็น 15,000 บาท และมีเงินพิเศษการออกรบ 200,000 บาท สำหรับทหารในพื้นที่แนวปะทะ ใช้งบประมาณ 4,250 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีเสาหลัก "พิฆาตคนชั่ว" ที่ไม่ใช้งบประมาณแต่เน้นการแก้กฎหมาย เช่น การตัดวงจรพ่อค้ายาเสพติด ด้วยการสร้างเรือนจำกลางทะเลทรายหรือพื้นที่เกาะร้างเพื่อแยกขังนักค้าสิทธิพลเด็ดขาด และนโยบายเพิ่มโทษคดีข่มขืนถึงขั้นประหารชีวิต
พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นการปฏิรูปผ่านการบริหารจัดการและเทคโนโลยี โดยนโยบายส่วนใหญ่ในมิตินี้ "ไม่ใช้งบประมาณเพิ่ม" เช่น นโยบาย ประชาธิปไตย ที่เน้นการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม และนโยบาย ขจัดภัยทุจริตคอร์รัปชันทั้งระบบ
พรรคยังเน้นการสร้าง รัฐดิจิทัล (AI Government) ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อความโปร่งใสและฉับไวในการบริการภาครัฐ พร้อมประกาศไทม์ไลน์ปราบปรามสแกมเมอร์และยาเสพติดให้เห็นผลชัดเจนภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี
พรรคเสนอมิติความมั่นคงผ่าน สภาภัยคุกคามและความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อบูรณาการการรับมือทั้งภัยไซเบอร์และภัยพิบัติ โดยมีหน่วยงานแบบ Single Command พรรคยังเน้นนโยบาย กระจายอำนาจ เพื่อให้ท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารและจัดการงบประมาณ
พร้อมสร้างระบบตรวจสอบรัฐบาลผ่านแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" (Thailand Government Watch) ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง ในด้านกองทัพ พรรคเสนอ ระบบทหารอาสา เพื่อลดการเกณฑ์ทหารและเพิ่มประสิทธิภาพกองทัพ
เป็นพรรคที่เสนอการลงทุนหนักในมิติความมั่นคงโดยใช้เทคโนโลยี พรรคชูนโยบาย ทหารเกณฑ์สมัครใจ 100% ใช้งบประมาณ 20,840 ล้านบาทต่อปี และเสนอสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อลดภาระกำลังพล
นอกจากนี้ยังมีนโยบาย เยียวยาข้าราชการทหาร ผ่าน พ.ร.บ.บำเหน็จศึก วงเงิน 8,000 ล้านบาท จ่ายเงินก้อน 100,000 บาทให้ผู้เสียสละ และใช้เทคโนโลยี Blockchain ป้องกันโกงงบรัฐ ใช้งบประมาณ 6,500 ล้านบาทต่อปี
พรรคพลังประชารัฐ มีจุดยืนที่แตกต่างชัดเจนคือ "ไม่แก้รัฐธรรมนูญ" แต่เน้นความมั่นคงชายแดนผ่านการสร้างรั้วและหมู่บ้านมั่นคงชายแดน ใช้งบประมาณ 1,945 ล้านบาท
ขณะที่ในพื้นที่ภาคใต้ พรรคประชาชาติ เสนอจัดตั้ง กองทุนหมู่บ้านแห่งสันติภาพ วงเงิน 2,120 ล้านบาท เพื่อใช้มิตอปากท้องนำการทหาร และ พรรคกล้าธรรม ที่เสนอใช้ภาษาเป็นสะพานเชื่อมอาเซียนและนโยบาย "3 จังหวัดสันติสุข กฎหมายเข้มแข็ง"